posttoday
บุคคล 5 ประเภท

บุคคล 5 ประเภท

06 ตุลาคม 2556

ท่านผู้อ่านที่เคารพ อาทิตย์นี้ก็เป็นเรื่องราวในพระไตรปิฎก ในส่วนของพระอภิธรรมคัมภีร์ปุคคลปุญญัติ ต่อ คราวนี้ขอนำมา 5 หมวด ดังนี้

ท่านผู้อ่านที่เคารพ อาทิตย์นี้ก็เป็นเรื่องราวในพระไตรปิฎก ในส่วนของพระอภิธรรมคัมภีร์ปุคคลปุญญัติ ต่อ คราวนี้ขอนำมา 5 หมวด ดังนี้

บุคคล ให้แล้วดูหมิ่น

บุคคล ดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม

บุคคล ผู้เชื่อง่าย

บุคคล ผู้โลเล

บุคคล ผู้โง่งมงาย

บุคคล ให้แล้วดูหมิ่น เป็นไฉน ?

บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร แก่บุคคลใด แล้วพูดแก่บุคคลนั้นว่า คนนี้ได้แต่รับของที่เขาให้ดังนี้ ชื่อว่า ให้แล้วดูหมิ่นบุคคลนั้น บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ให้แล้วดูหมิ่น

อรรถกถาอธิบายไว้ว่า ภิกษุรูปหนึ่งมีบุญมาก เป็นผู้ได้ปัจจัย 4 มากมาย แล้วย่อมถามโดยความเอื้อเฟื้อกะภิกษุผู้มีบุญน้อย มีลาภน้อย เมื่อถามอยู่บ่อยๆ ภิกษุผู้มีบุญน้อย จึงรับเอาปัจจัยทั้งหลายมี จีวร เป็นต้นจากท่านไป เมื่อภิกษุผู้มีบุญมากโกรธภิกษุผู้มีบุญน้อยนั้นหน่อยหนึ่ง ประสงค์จะให้ท่านเกิดความเก้อเขิน จึงกล่าวว่า ภิกษุนี้ไม่ได้ปัจจัยทั้งหลาย มีจีวรเป็นต้น ตามธรรมดาของตน เพราะอาศัยเราจึงได้ บุคคลเช่นนี้ ชื่อว่า เป็นผู้ให้แล้วดูหมิ่น

บุคคล ดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม เป็นไฉน ?

บุคคลบางคนในโลกนี้ ตนย่อมอยู่ร่วมกับด้วยบุคคลใด สิ้น 2 ปี หรือ 3 ปี ย่อมดูหมิ่นบุคคลนั้นด้วยการอยู่ร่วม บุคคลอย่างนี้ชื่อว่าดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม

อรรถกถาอธิบายไว้ว่า บุคคลคนหนึ่งอาศัยอยู่กับบุคคลคนหนึ่ง 23 ปี เขากระทำความเคารพในบุคคลนั้นอยู่แต่กาลก่อน ต่อมาภายหลังเมื่อเวลาผ่านไปๆ ก็ไม่กระทำความเคารพยำเกรง คือ ไม่ลุกขึ้นจากอาสนะบ้าง ไม่ไปสู่ที่บำรุงบ้าง บุคคลเช่นนี้ชื่อว่า ย่อมดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม

บุคคล ผู้เชื่อง่าย เป็นไฉน ?

บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อเขาสรรเสริญ หรือติเตียนผู้อื่น ย่อมเชื่อทันที บุคคลอย่างนี้ ชื่อว่า ผู้เชื่อง่าย

อรรถกถาอธิบายไว้ว่า ผู้เชื่อง่ายนั้น มีความสำคัญอันตั้งไว้แล้วในคำแรกเท่านั้น เช่นถ้ามีผู้มาบอกกล่าวถึงภิกษุผู้มีสมณสารูปว่า “ภิกษุรูปนี้ ไม่มีสมณสารูป” (สมณสารูป หมายถึง กิริยาที่เหมาะสมสำหรับสมณะ) ครั้นผู้นั้นฟังคำนั้นแล้ว ก็เชื่ออย่างมั่นคง คือ เชื่อถึงที่สุด แม้ภิกษุผู้ชอบพอกันรูปอื่นกล่าวว่า “ภิกษุนี้ มีสมณสารูป” ก็ไม่เชื่อฟังคำของภิกษุนั้นเลย เขากล่าวยืนยันว่า ภิกษุรูปโน้นบอกข้าพเจ้าว่า “ภิกษุรูปนี้ ไม่มีสมณสารูป” จึงเชื่อถ้อยคำของภิกษุรูปก่อนเท่านั้น บุคคลย่อมยึดถือถ้อยคำที่ผู้อื่นกล่าวถึงความดี ความชั่วบ้างนั่นแหละ บุคคลแม้นี้ชื่อว่า ผู้มีความเชื่ออันตั้งไว้ คือ ฟังคำใดๆ ย่อมเป็นผู้มีความเชื่อถืออันตั้งไว้ในคำนั้นๆ

บุคคล ผู้โลเล เป็นไฉน?

บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศรัทธาไม่จริงจัง มีความภักดีไม่จริงจัง มีความรักไม่จริงจัง มีความเลื่อมใสไม่จริงจัง บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ผู้โลเล

อรรถกถาอธิบายไว้ว่า ผู้โลเล คือ ผู้หวั่นไหว เพราะความที่ตนเป็นผู้หวั่นไหว ด้วยความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา หรือเพราะศรัทธาของเขาน้อย ศรัทธาไม่บริบูรณ์ ศรัทธาไม่จริงจัง ย่อมเป็นไปด้วยสามารถแห่งการคบบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความศรัทธาเลื่อมใส หรือแม้แต่ความรัก ที่เกิดจากศรัทธาก็ดี จากตัณหาก็ดี บุคคลผู้โลเลนี้ เป็นผู้มีฐานะอันไม่ตั้งมั่น ดุจผ้าที่ย้อมด้วยขมิ้น ดุจหลักที่ปักไว้ในกองแกลบ ดุจลูกฟักที่เขาวางไว้บนหลังม้า เขาย่อมเลื่อมใสโดยกาลครู่หนึ่ง ย่อมโกรธโดยกาลครู่หนึ่ง หมายความว่า ประเดี๋ยวรัก ประเดี๋ยวชัง

บุคคล ผู้โง่งมงาย เป็นไฉน?

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้กุศลธรรม อกุศลธรรม ย่อมไม่รู้สาวัชชธรรม อนวัชชธรรม (ธรรมมีโทษ และธรรมไม่มีโทษ) ย่อมไม่รู้หีนธรรม (ธรรมที่เลว) ปณีตธรรม (ธรรมที่ประณีต) ย่อมไม่รู้ธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยของดำและของขาว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ผู้โง่งมงาย

อรรถกถาอธิบายไว้ว่า ผู้ที่ชื่อว่า โง่ เพราะไม่มีญาณ (ปัญญา) ชื่อว่า งมงาย เพราะความเป็นผู้ไม่ฉลาด อธิบายว่า เป็นผู้หลงใหลมาก

ดูไปแล้วทั้ง 5 ประเภทไม่ดีทั้งนั้น อย่าเป็นบุคคลเช่นนี้เลย...

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI