posttoday
นายกฯต้อนรับปธน.เปรูเยือนไทยเป็นทางการ

นายกฯต้อนรับปธน.เปรูเยือนไทยเป็นทางการ

05 ตุลาคม 2556

ผู้นำไทย-เปรู หารือทวิภาคีกระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม พร้อมลงนามความตกลงร่วม 4 ฉบับ

ผู้นำไทย-เปรู หารือทวิภาคีกระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม พร้อมลงนามความตกลงร่วม 4 ฉบับ

วันนี้ (5 ต.ค. 56) เวลา 16.15 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับ นายโอยันตา อุมาลา ตัสโซ (Ollanta Humala Tasso) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู ร่วมกันหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือ ดังนี้

ด้านความสัมพันธ์ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้ต้อนรับประธานาธิบดี โอยันตา อุมาลา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีจะได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีอุมาลา หลังจากที่เคยพบกันระหว่างการประชุม APEC ครั้งที่ 20 ณ นครวลาดิวอสต๊อก รัสเซีย ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเปรูที่จะครบรอบ 50 ปี ในปี 2558 ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่ประธานาธิบดีเปรูได้เชิญเดินทางเยือนเปรูอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเน้นทั้งทางด้านประชาชน วัฒนธรรม รวมถึงการขยายการค้าการลงทุนระหว่างกัน

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยินดีที่สามารถบรรลุการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู ที่มีกรอบกว้าง (Comprehensive Agreement) ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้าของทั้งสองมีความแตกต่างกัน การค้าระหว่างไทยกับเปรูจึงเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน และเห็นควรสนับสนุนการสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานส่งเสริมการค้าการลงทุน และระหว่างนักธุรกิจทั้งสองฝ่ายให้มากขึ้น

​ทันทีที่ความตกลง FTA ไทย-เปรู มีผลบังคับ สินค้าส่งออกร้อยละ 80 จากไทยไปเปรูจะลดภาษีเป็นศูนย์ทันที ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากเปรูจะลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีร้อยละ 90 ของสินค้าทั้งหมด ส่วนที่เหลือ ทั้งสองฝ่ายจะทยอยลดภายใน 17 ปี สินค้าส่งออกของไทยที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ ข้าว โทรทัศน์สี ลูกฟุตบอล แบตเตอรี่ ส่วนประกอบเครื่องทำความเย็น และชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ สิทธิประโยชน์ที่ไทยจะได้รับสำหรับการส่งออกข้าว คือ เปรูจะให้โควต้านำเข้าข้าวไทยเป็นพิเศษ ให้สิทธิทางภาษี และยกเว้นการใช้ price band ส่วนด้านบริการ ทั้งสองฝ่ายจะเปิดตลาดระหว่างกันตามข้อผูกพันกับองค์การการค้าโลก หรือ WTO โดยธุรกิจไทยที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในเปรู ได้แก่ การบริการด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม สปา เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีเชิญให้นักลงทุนเปรูมาลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมเกษตร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไอที และพลังงานทดแทน พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนแต่รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และสามารถเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน ให้กับเปรูได้เป็นอย่างดี ซึ่งประธานาธิบดีเปรูสนใจที่จะใช้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน และยินดีให้ไทยใช้เปรูเป็นประตูสู่ลาตินอเมริกา

ประธานาธิบดีเปรู กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จึงหวังว่าจะได้เรียนรู้จากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันอยากเห็นการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างไทยและเปรู เพื่อทำให้การเชื่อมโยงระหว่างกันทำได้สะดวกมากขึ้น เพราะการเดินทางในปัจจุบันใช้เวลากว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาและหาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดต่อไป

ความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดทำโครงการเสริมสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสาขาที่แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญ โดยไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา และการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับฝ่ายเปรู นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณกระทรวงต่างประเทศเปรูที่ให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทแก่นักการทูตไทยเพื่อไปศึกษาที่โรงเรียนการทูตเปรูเป็นเวลา 2 ปี ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมแนวทางในการปฏิรูปประเทศของสาธารณรัฐเปรูเพื่อให้การศึกษาและระบบราชการมีประสิทธิภาพ จึงสนใจที่จะขอให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับประเทศไทย

ความร่วมมือในระดับภูมิภาค ไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับเปรูในกรอบเวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC) ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออก สำหรับวาระปี 2556-2558 โดยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ในเดือนมิถุนายน 57 ทั้งนี้เปรูซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance) ได้แก่ เปรู โคลอมเบีย ชิลี และเม็กซิโก ได้แสดงความสนใจขยายความร่วมมือกับอาเซียน ซึ่งในปี 2558 ประชาคมอาเซียนจะเติบโตเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเปรู ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างไทย-เปรู จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ (1) สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาอาญาระหว่างไทยกับเปรู (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทยกับเปรู (3) บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับสถาบันพลังงานนิวเคลียร์แห่งเปรู และ (4) บันทึกความเข้าใจด้านการลงทุนระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงุทน (BOI) กับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนเอกชนของเปรู (PROINVERSION) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และร่วมกันแถลงข่าวผลการหารือ ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ก่อนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯต้อนรับปธน.เปรูเยือนไทยเป็นทางการ

 

นายกฯต้อนรับปธน.เปรูเยือนไทยเป็นทางการ


 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้