posttoday
ปลอมร่างแก้รธน. กุญแจล้มรื้อวุฒืสภา

ปลอมร่างแก้รธน. กุญแจล้มรื้อวุฒืสภา

05 ตุลาคม 2556

การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ สว. แม้ว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายแล้วก็ตาม

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ สว. แม้ว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายแล้วก็ตาม แต่ยังคงมีที่ทำให้เกิดความสงสัยอย่างต่อเนื่องว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

สืบเนื่องมาจาก “คำนูณ สิทธิสมาน” สว.สรรหา ได้เปิดประเด็นว่า “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกปลอม” ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งสัปดาห์

ในบริบทนี้ สว.คำนูณ ให้คำอธิบายว่า “ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นฉบับที่พรรคเพื่อไทย และ สว.บางกลุ่มได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตามเลขรับที่ 20/2556 วันที่ 20 มี.ค. เวลา 13.05 น.นั้น ไม่ได้บรรจุเรื่องการให้ สว.สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ติดต่อกัน เอาไว้

...แต่ปรากฏว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สมาชิกรัฐสภาได้รับในเดือน เม.ย. เพื่อเตรียมพิจารณาลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 กลับมีการ เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการให้ สว.ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ติดต่อกัน เข้าไป ทำให้มีเหตุสงสัยว่าการเพิ่มเนื้อหาลักษณะนี้ทำได้หรือไม่”

คำนูณ ระบุว่า ในประเด็นนี้ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าศาลจะมีดุลพินิจออกมาอย่างไร แต่ในขณะนี้ส่วนตัวคิดว่า สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะต้องออกมาชี้แจงให้เกิดความกระจ่างว่าเหตุใดถึงเกิดการเพิ่มเนื้อหาลักษณะนี้เข้าไป เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

จากการเปิดประเด็นของคำนูณได้นำมาสู่มุมมองเชิงเปรียบเทียบว่า “ต้นไม้เป็นพิษฉันใดลูกที่ออกมาย่อมเป็นผลไม้พิษฉันนั้น” ด้วยการอธิบายว่า หากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบตั้งแต่ต้น การลงมติของรัฐสภาก็ย่อมไม่ถูกต้องเช่นกัน

ปลอมร่างแก้รธน. กุญแจล้มรื้อวุฒืสภา

 

ขณะที่ “อุดมเดช รัตนเสถียร” สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว. ชี้แจงว่า ยืนยันว่าไม่ได้ขอให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติมเนื้อหาดังกล่าวเข้าไปก่อนที่จะมีการสำเนาเอกสารให้กับสมาชิกรัฐสภาเพื่อพิจารณาในวาระที่ 1

อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้วอำนาจในการเพิ่มหรือตัดทอนเนื้อหาเป็นอำนาจหน้าที่โดยชอบธรรมของคณะกรรมาธิการและที่ประชุมรัฐสภาอยู่แล้ว จึงมองว่าข้อสังเกตของ สว.คำนูณ ไม่น่าจะมีผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ

“คณะผู้จัดทำร่างแก้ไขได้เสนอให้รัฐสภาบรรจุระเบียบวาระถูกต้องตามกระบวนการของรัฐสภา และที่สำคัญได้ผ่านพิจารณากลั่นกรองจากที่ประชุมรัฐสภาอย่างครบถ้วนทั้ง 3 วาระ โดยเฉพาะจากวาระที่ 2 ไปสู่วาระที่ 3 ที่ได้เว้นระยะไว้ถึง 15 วัน เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสทบทวนว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความถูกต้องหรือไม่ เท่ากับว่าในเมื่อรัฐสภาลงมติเห็นชอบแล้วต้องถือว่าทุกอย่างมีความถูกต้อง” อุดมเดช ระบุ

คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาและมีคำวินิจฉัยต่อกรณีที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรต่อไป แต่ถึงอย่างไรการห้ำหั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องการสอดแทรกเนื้อหาที่ว่านี้แค่เรื่องเดียว เพราะยังมีอีกหลายปมที่ฝ่ายคัดค้านไปนำขึ้นมาต่อสู้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

อาทิ การใช้มติเสียงข้างมากปิดโอกาสไม่ให้สมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้เสนอขอแก้ไขเนื้อหาได้อภิปรายในวาระที่ 2 ทั้งที่มีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 130 ที่บัญญัติว่า “สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด...”

เช่นเดียวกับ “การเสียบบัตรแทนกัน” ภายหลังมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอว่า สส.พรรคเพื่อไทย กำลังลงคะแนนแทนกัน ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 126 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน”

ดังนั้น เห็นอย่างนี้แล้วอาจเรียกได้ว่าศึกนี้ยังต้องสู้กันอีกยาว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI