
‘หมอวรงค์’ขู่นำชาวนาร้องศาลขอชดเชยจำนำข้าว
“หมอวรงค์” เรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยรายได้รับจำนำข้าวนาปรัง จี้แจงข้าวหายจากโกดัง 1 ล้านตัน
“หมอวรงค์” เรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยรายได้รับจำนำข้าวนาปรัง จี้แจงข้าวหายจากโกดัง 1 ล้านตัน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้รับโทรสารจากชาว จ.พิจิตร ร้องเรียนว่าได้รับเงินจำนำข้าวจากโรงสีแห่งหนึ่งในราคาตันละ 9,800 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท ดังนั้นรัฐบาลควรทบทวนโครงการ ไม่ใช่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก เพราะชาวนาได้รับความเดือดร้อนมาก
“เห็นได้จากตลาดนัดในหมู่บ้านซบเซา เพราะเงินจำนำข้าวไม่ถึงมือชาวนาอย่างเต็มที่ รวมทั้งยังถูกน้ำท่วม เชื่อว่าจะมีการใช้น้ำเป็นจำเลยทำให้ข้าวเสื่อมสภาพ จึงอยากให้รัฐบาลตรวจสอบโกดังข้าวทั่วประเทศ แล้วทำบันทึกไว้ว่าพื้นที่ไหนเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้าง เพื่อนำมายืนยันหากมีการร้องเรียนเรื่องข้าวเสื่อมสภาพ” นพ.วรงค์ กล่าว
นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลชี้แจงถึงปัญหาข้าวหายจากโกดัง 1 ล้านตัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจค้นโกดังทั่วประเทศเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า มีผลสรุปออกมาอย่างไร อีกทั้งเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว เพราะคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการนี้ได้สรุปตัวเลขการขาดทุนออกมาแล้ว
สส.ประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลเข้าขั้นถังแตก เพราะมีการใช้ข้าวในโกดังมาจ่ายค่าเช่าโกดังแทน ทั้งที่ในอดีตไม่เคยเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ เท่ากับว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่าย ที่สำคัญในการรับจำนำข้าวนาปรังในอีก 5 เดือนข้างหน้าในราคา 1.3 หมื่นบาทต่อตัน ถือว่า ทำผิดสัญญาประชาคมที่เคยหาเสียงไว้
“เมื่อถึงเวลานั้นผมจะจะพาชาวนามายื่นเรื่องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยเยียวยาในส่วนที่ขาดไป 2,000 บาท ให้กับชาวนาทุกคน” นพ.วรงค์ ระบุ
ทั้งนี้ ขอเสนอทางออกให้รัฐบาลนำเงินที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าว 2.7 แสนล้านบาท มาแบ่งให้ชาวนาทุกครัวเรือนโดยตรง และปล่อยให้กลไกตลาดเดินไปอย่างเสรี เพราะโครงการรับจำนำข้าวมีแตล่มจม
ขณะที่ ชาวบ้าน ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี ได้ร้องเรียนว่า มีการสร้างโกดังเก็บข้าวสาร บนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ในพื้นที่ ทำให้มีมอดจำนวนมากรบกวนชาวบ้าน ถึงขั้นไม่กล้าเปิดไฟในบ้านยามค่ำคืน เพราะมอดจำนวนมากจะบินมาเล่นไฟ และกัดตามผิวหนังจนชาวบ้าน







