posttoday
ธุรกิจอสังหาฯกังวลปัญหาเศรษฐกิจ

ธุรกิจอสังหาฯกังวลปัญหาเศรษฐกิจ

04 ตุลาคม 2556

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 3 ปี 2556 จากผู้ประกอบการจำนวน 166 บริษัท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ 30 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ 136 บริษัท พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) มีค่าเท่ากับ 52.5 แยกเป็น ผู้ประกอบการที่เป็น บริษัทจดทะเบียน มีค่าดัชนีความเชื่อมั่น 57.8 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่มีค่าดัชนี 59.2 ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ บริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่น 47.3 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่มีค่าดัชนี 50.1

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 3 ปี 2556 จากผู้ประกอบการจำนวน 166 บริษัท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ 30 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ 136 บริษัท พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) มีค่าเท่ากับ 52.5 แยกเป็น ผู้ประกอบการที่เป็น บริษัทจดทะเบียน มีค่าดัชนีความเชื่อมั่น 57.8 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่มีค่าดัชนี 59.2 ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ บริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่น 47.3 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่มีค่าดัชนี 50.1

ขณะที่ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส 3/2556 มีค่าเท่ากับ 60.4 ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่าเท่ากับ 67.4 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2555 ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 69.6 โดยในส่วนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า เท่ากับ 64.4 ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 72 ส่วนบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าดัชนีเท่ากับ 56.4 ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 62.7

สำหรับค่าดัชนีความคาดหวังใน 6 เดือนข้างหน้า (มองยาวไปถึงเดือน มี.ค. 2557 เปรียบเทียบกับเดือน ก.ย. 2556 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำรวจความเชื่อมั่น) ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้วเช่นกัน และเป็นค่าดัชนีต่ำที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีความกังวลมากขึ้นต่ออนาคต ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองที่ส่อเค้าความยุ่งยาก ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน การขาดแคลนแรงงานและผู้รับเหมา ราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูง

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงในเดือน ก.ย. มาจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทย ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองไทยในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและรายได้ของผู้บริโภค

ทั้งนี้ หากต้องการให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนฟื้นตัวขึ้น รัฐบาลต้องคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองให้มีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยพยุงเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ ตลอดจนเร่งรัดการใช้นโยบายการคลังผ่านการใช้งบประมาณ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจมากขึ้น และส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4

“ผลจากดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเนื่องนั้น จะเป็นข้อมูลอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่การทบทวนตัวเลขจีดีพีปีนี้ใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังรอการกระตุ้นจากรัฐบาล โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประกาศตัวเลขจีดีพีใหม่ ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจน่าจะโตได้เพียง 33.5% เท่านั้น” ธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ก.ย. คือ ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง โดยน้ำมันเบนซิน 95 ลดลงประมาณ 1.30 บาทต่อลิตร จากระดับ 47.45 บาทต่อลิตร ในเดือน ส.ค. รวมทั้งเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการยังมีความกังวลเกี่ยวกับเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้อีกในอนาคต

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา