posttoday
ร.ง.4

ร.ง.4

03 ตุลาคม 2556

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ร.ง. ย่อมาจาก “โรงงาน” แต่มีบางคนบอกว่าย่อมาจาก “เรียกเงิน”

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ร.ง. ย่อมาจาก “โรงงาน” แต่มีบางคนบอกว่าย่อมาจาก “เรียกเงิน”

ร.ง. ที่มีปัญหามาเป็นปี ขอยากขอเย็น ในขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมและการส่งออกของประเทศกำลังย่ำแย่ คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่เรียกกันว่า ร.ง. 4

หน่วยงานที่เป็นผู้ออกใบอนุญาต คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ กรอ. สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

แต่ก่อนจะออกใบอนุญาต จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงนั่งเป็นประธาน

ผมเขียนเรื่องนี้เพราะมีผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมร้องขอให้ช่วยเป็นปากเสียงให้ เนื่องจากสุดทนกับพฤติกรรมของเหลือบในกระทรวง ที่ไม่สนใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะย่อยยับแค่ไหน หรือชื่อเสียงของประเทศในสายตาของผู้ลงทุนต่างชาติจะป่นปี้เพียงใด

ล่าสุดที่ตกเป็นข่าวเพราะไปกระทบกับโครงการของรัฐบาลด้วยกันเอง แต่มาจากคนละกระทรวง นั่นก็คือโครงการส่งเสริมการติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป ของกระทรวงพลังงาน

กรอ. บอกว่า ผู้ที่จะลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะต้องขอใบอนุญาต ร.ง. 4 เสียก่อน ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงพลังงานเป็นห่วงว่าจะทำให้โครงการเกิดปัญหาความล่าช้า

ก่อนหน้านี้ เข้าใจว่ามีโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์บางแห่ง สร้างเสร็จแล้ว ได้ใบอนุญาตอื่นๆ ครบถ้วนแล้ว แต่ยังเริ่มผลิตและขายไฟไม่ได้ เพราะรอแล้วรออีกก็ยังไม่ได้ใบ ร.ง. 4

กระทรวงพลังงานคิดจะปลดล็อกด้วยการออกกฎหมายพิเศษ ยกเว้นกิจการที่เกี่ยวกับพลังงานทุกประเภทไม่ให้ต้องมี ร.ง. 4

ผู้ประกอบการโรงงานอื่นๆ บอกมาว่า อยากจะเห็นประเภทอุตสาหกรรมของตนได้รับการยกเว้นบ้าง

บางคนประชดว่า ควรจะยกเว้นมันทุกประเภท ประเทศชาติจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้

ผมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะบางประการสำหรับรัฐบาล ดังนี้

หนึ่ง การออกกฎหมายพิเศษเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และรังแต่จะทำให้เกิดความสับสน และระบบเกิดความยุ่งเหยิงมากขึ้น

ระบบกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจของเราค่อนข้างล้าหลังอยู่แล้ว การออกกฎหมายลักษณะนี้จะยิ่งทำให้ล้าหลังหนักขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความเป็นธรรม เท่าที่ทราบ ปัจจุบันมีธุรกิจห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดที่ได้รับการยกเว้นอยู่แล้ว ต่อไปก็จะมีธุรกิจพลังงานด้วย ซึ่งสาเหตุที่ได้อภิสิทธิ์ก็คงเป็นเพราะมีบางหน่วยงานราชการเป็นสปอนเซอร์ช่วยผลักดันกฎหมายพิเศษให้

ส่วนธุรกิจที่หาสปอนเซอร์ไม่ได้ หรือเสียงโวยวายไม่ดังพอ ก็ต้องตกเป็นเหยื่อต่อไป

สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น อาจจะต้องทบทวนว่าใบอนุญาต ร.ง. 4 มีประโยชน์และมีความสำคัญจริงตามที่ กรอ.อ้างหรือไม่

กรอ. บอกว่า ที่ต้องมี ร.ง. 4 ก็เพื่อที่เมื่อเกิดปัญหาจะได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการยกตัวอย่างเรื่องน้ำมันรั่วในทะเลเมื่อ 2 เดือนก่อนที่เกิดความเสียหายโดยไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ เพราะกลุ่ม ปตท. ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมี ร.ง. 4

บอกตามตรง ผมไม่เคยเห็น กรอ. ออกมารับผิดชอบอะไร หรือรับผิดชอบอย่างไร เวลาโรงงานเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดปัญหาโรงงานทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าธุรกิจเหล่านั้นจะมี ร.ง. 4 หรือไม่ก็ตาม

ในอดีต การมี ร.ง. 4 อาจเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไป ก็อาจพิจารณายกเลิก แทนที่จะออกกฎหมายพิเศษยกเว้นทีละธุรกิจ

หรือหากยังควรมีอยู่ ก็อาจต้องเปลี่ยนวิธีการและขั้นตอนให้เร็วขึ้น เช่น ยื่นขอแล้วไม่ถูกปฏิเสธภายใน 30 วัน ให้ถือว่าได้รับอนุญาตแล้ว เป็นต้น

สอง ปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งของระบบราชการไทยคือ “ไม่ทำ ไม่ผิด” หรือ “ไม่เซ็น ไม่ผิด” ซึ่งต่างจากระบบเอกชนที่หากไม่ทำ หรือทำช้าเกินไป ก็อาจทำให้ธุรกิจเกิดความเสียหายจนต้องถูกลงโทษ

ผมไม่เคยเห็นตัวอย่างข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมืองที่ถูกกฎหมายลงโทษ เพราะทำให้เกิดความล่าช้า

ด้วยเหตุนี้ การดึงจึงเป็นเรื่องปกติ และบ่อยครั้งเป็นการดึงเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

วิธีการดึงมีสารพัดอย่าง ที่ทำง่ายๆ เช่น ขอข้อมูลเพิ่ม ขอให้ทบทวนตัวเลขหรือสมมติฐาน ขอความเห็นประกอบจากบางคนหรือบางหน่วยงาน และเปิดประเด็นคำถามใหม่ๆ เป็นต้น โดยมักจะไม่มีข้อจำกัดว่าวนไปวนมาได้กี่รอบ

ข้อมูลจาก กรอ. เองบอกว่า 7 เดือนแรกของปีนี้อนุมัติไปร้อยกว่าเรื่อง และเดือน ส.ค. อนุมัติไปอีก 15 เรื่อง

หากพิจารณาจากเรื่องคงค้างที่มีอยู่สองร้อยกว่าเรื่อง กว่าจะพิจารณาหมดก็คงใช้เวลาอีกเป็นปี

ลองนึกภาพว่า เมื่อรวมกับเวลาที่สูญเสียไปแล้วในการรอคอย ความล่าช้าทั้งหมดจะทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ลงทุนมากน้อยเพียงใด

ข้อสุดท้าย ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่า รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจผิดทาง แทนที่จะคิดแต่เรื่องทำโครงการและหาวิธีใช้เงิน ควรหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องเพิ่มผลผลิตและหารายได้เข้าประเทศจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ต่อให้มีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงครบทุกจังหวัด แต่ถ้าโรงงานเปิดไม่ได้ เครื่องจักรเดินไม่ได้ ผลผลิตก็ไม่มี รายได้ก็ไม่เกิด ส่งออกก็เดี้ยง แล้วจะไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยได้อย่างไร

อย่ามัวแต่เสียเวลากับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญและขอกู้เงินนอกระบบงบประมาณเท่านั้น หันมาจัดการกับปัญหาคอขวดในระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากรัฐมนตรีร่วมคณะอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI