
รายงานพิเศษ:เบื้องหลัง"สุเทพ"ต่อสายถึง"เนวิน" ส่งตรงครม.แก้วิกฤติชาติ
"พวกเขาได้ปลุกปั่นไว้ลึกแล้ว จึงต้องเน้นทำความเข้าใจ วันนี้มันเป็นองค์กรก่อการร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอย่างแท้จริง แก้ปัญหาที่ราชประสงค์ได้ก็ยังไม่จบ เพราะมีการปลูกฝังไว้ลึกมาก ผมยังไม่เห็นแนวทางว่าจะลงเอยอย่างไร"
"พวกเขาได้ปลุกปั่นไว้ลึกแล้ว จึงต้องเน้นทำความเข้าใจ วันนี้มันเป็นองค์กรก่อการร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอย่างแท้จริง แก้ปัญหาที่ราชประสงค์ได้ก็ยังไม่จบ เพราะมีการปลูกฝังไว้ลึกมาก ผมยังไม่เห็นแนวทางว่าจะลงเอยอย่างไร"
โดย ทีมข่าวการเมือง
การจัดการสถานการณ์ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงถูกหยิบขึ้นโต๊ะหารือในที่ประชุมคณะรัฐคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกวันอังคาร และวานนี้เป็นอีกครั้ง ที่เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการกระชับอำนาจ โดยให้ทุกส่วนราชการมีความเข้าใจตรงกันว่า "นี่คือวิกฤติชาติ ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตยตามปกติ แต่เป็นการก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง" เมื่อเข้าใจตรงกัน ทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังคลี่คลายปัญหา เช่นเดียวกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล มีสายตรงจากเนวิน ชิดชอบ ถึงสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ร่วมมือแก้วิกฤติครั้งนี้
เบื้องหน้าเบื้องหลังมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้
ช่วงเช้าของวันที่ 27 เม.ย.สุเทพ ได้ยกหูโทรศัพท์ถึงเนวิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยสุเทพ ได้ขอคำปรึกษาว่าสถานการณ์จนถึงขณะนี้ควรจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป ซึ่งการโทรศัพท์หากันครั้งนี้ได้คุยกันพักใหญ่ เนวินก็ได้เสนอให้มีการ ปลุกมวลชนให้ออกมาคัดค้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงให้มากขึ้น โดยเป้าหมายการให้คนเสื้อหลากสีออกมารวมตัวกันแสดงพลังให้ได้ครบทั้ง 76 จังหวัด ซึ้งขณะนี้มีเสื้อหลากสีออกมาสนับสนุนรัฐบาลเพียง 30 กว่า จังหวัดเท่านั้น
มีการกำหนดด้วยว่า จะให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯและฝ่ายปกครองสนับสนุนให้คนเสื้อหลากสีออกมาให้ครบทั้ง 76 จังหวัดไม่เกิน 1 สัปดาห์นับจากนี้
สำหรับแนวทางที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นจะเน้นจับแกนนำกลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่ มีการปิดถนน โดยเน้นจับหัวโจกฮาร์ดคอร์ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากประเมินว่าหากมีการจับหัวโจกได้มากเท่าไหร่ ม็อบที่ผุดขึ้นตามท้องถนนก่อกวนขวางการเดินทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจะ ลดลงไปมากและหากจับหัวโจกได้มากเท่าไหร่ ก็จะเกิดความเกรงกลัวและจะตามล่าจับ แกนนำที่ถูกออกหมายจับมาก่อนหน้านี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งสุเทพและเนวินเชื่อว่าในช่วงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษก ความสุขของพ่อ วันที่ 5-9 พ.ค.ถนนราชดำเนินจะเป็นช่วงเวลาต่อ ลมหายใจรัฐบาล เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลประสบปัญหาอย่างหนักในการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ แยกราชประสงค์ กลุ่มที่กดดันรัฐบาลให้เร่งสลายม็อบทั้งพันธมิตร คนเสื้อหลากสีก็จะพักการเร่งเร้าจนกว่าการจัดงานฉลองจะเสร็จสิ้นลง
จากนั้น สุเทพได้ประชุมศอฉ. เพื่อติดตามการแก้ปัญหากลุ่มคนเสื้อแดงนำยางรถยนต์ไปกีดขวางเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อสถานการณ์ได้รับการคลี่คลาย จึงเดินทางเข้าประชุม ครม. โดย ได้รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงให้ครม.ทราบ
สุเทพ รายงานว่า ได้มีการตั้งด่านสกัดกลุ่มคนที่จะเข้ามายังพื้นที่ราชประสงค์ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายและเป็นพื้นที่การชุมนุมผิดกฎหมายตามพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 6 จุดรอบสี่แยกราชประสงค์ ตรงนี้จะเป็นด่านเข้มแข็ง ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ยินยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เด็ดขาด
"มีเสียงเรียกร้องผ่านมายังผม ให้ขอคืนพื้นที่ราชประสงค์ด้วยความเด็ดขาด รวดเร็ว แต่ต้องเข้าใจว่าทำอย่างไรปัญหาก็ไม่จบ ตอนนี้เป็นปัญหาวิกฤติชาติ ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตยตามปกติ แต่เป็นการก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ลดละความพยายาม ศอฉ.ได้สั่งการให้ทหารสนธิกำลังตำรวจตามด่านต่างๆ สกัดการเข้ามายังพื้นที่ชุมนุมผิดกฎหมาย เพื่อเป็นการลดปริมาณผู้ชุมนุมลง แต่ตอนนี้เป็นปัญหาว่า ทหารมีกำลังน้อยจึงต้องเพิ่มกำลังตำรวจเข้ามาช่วย" สุเทพ กล่าว
"พวกเขาได้ปลุกปั่นไว้ลึกแล้ว จึงต้องเน้นทำความเข้าใจ วันนี้มันเป็นองค์กรก่อการร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอย่างแท้จริง แก้ปัญหาที่ราชประสงค์ได้ก็ยังไม่จบ เพราะมีการปลูกฝังไว้ลึกมาก ผมยังไม่เห็นแนวทางว่าจะลงเอยอย่างไร" สุเทพ กล่าว
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าวต่อที่ประชุมว่า ขอให้ทุกพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีส.ส.ช่วยชี้แจงมวลชนในพื้นที่ถึงขบวนการที่เกิดขึ้น พร้อมกับได้ร่วมกันแสดงพลังรักษาระบอบประชาธิปไตยออกมา เพื่อเป็นการถ่วงดุลย์ขบวนการก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง
"ถ้าไม่ทำความเข้าใจกันวันนี้ วันหน้าก็สายเกินไป"
แนวทางของสุเทพด้วยการให้ส.ส.ในพื้นที่สร้างความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยต่อประชาชน ดูเหมือนจะเป็นความคิดละม้ายคล้ายเหมือนกับเนวิน ที่ส่งผ่านข้อเสนอนี้มาทางโทรศัพท์ก่อนประชุมครม.
ตลอดการประชุม ทั้งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และสุเทพ พยายามเน้นย้ำว่า นี่คือวิกฤติชาติ จึงขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.ในพื้นที่ และกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำความเข้าใจข้าราชการ จากนั้นถ่ายทอดไปยังประชาชนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้แต่ละกระทรวงได้ไปพิจารณางบประมาณเพื่อการอบรมเน้นทำความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยด้วย
ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงข้อเสนอให้ใช้มาตรา 179 เปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ปรากฏว่านายกฯเห็นว่า ในสถานการณ์ขณะนี้ หากให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา 179 ยังไม่เหมาะสมเพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์มีความร้อนแรงขึ้น แต่ก็พร้อมสนับสนุนกระบวนการในสภา ซึ่งขณะนี้ สว.ได้ใช้สิทธิมาตรา 161 ขอเปิดอภิปราย รัฐบาลก็ยินดี
เมื่อถึงตอนนี้ สุเทพ กล่าวแย้งว่า การจะชี้แจงเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงนี้ดูจะไม่เหมาะ อยากขอเวลาสัก 10-15 วัน แล้วค่อยชี้แจง ขณะที่บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย แย้งว่า ถ้ารัฐบาลบ่ายเบี่ยงจะทำให้ส.ส.วิจารณ์ได้ว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ในที่สุด ที่ประชุมเห็นชอบให้สุเทพ ได้ไปชี้แจงต่อที่ประชุมสว.วันจันทร์หน้า
ก่อนปิดการประชุม กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง แจ้งต่อที่ประชุม ครม. ว่ารัฐบาลกำหนด จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสคล้ายวันพระราชสมภพ 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ภายใต้ชื่อโครงการ"ความสุขของพ่อ ความสุขของลูก"ระหว่างวันที่ 5-9 พ.ค.นี้ ที่ถนนราชดำเนิน
"ผมขอให้ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการความร่วมมืออย่างมาก" รมว.คลัง กล่าว
เป็นการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมจัดงานมหามงคล หวังว่าผู้คนนับแสนจะได้มาแสดงพลังเต็มถนนราชดำเนิน เหมือนอย่างเช่นที่เนวิน เคยเป็นแม่งานนำกิจกรรมม่านน้ำ แสดงโชว์ ณ พระที่นังอนันตสมาคม เพื่อสร้างความสุขให้คนไทยทั้งชาติท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองย่านราชประสงค์







