ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งรับมือพายุหวู่ติ๊บ
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งพื้นที่ท้ายน้ำ 3 อำเภอรับมือพายุหวู่ติ๊บ และเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งพื้นที่ท้ายน้ำ 3 อำเภอรับมือพายุหวู่ติ๊บ และเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
วันนี้(1ต.ค.) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือพายุหวู่ติ๊บทำให้ฝนตกหนักอย่างหนักในอีก 1-2 วันนี้ ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำชีเพิ่มขึ้นอีก พร้อมเตือนภัยพื้นท้ายน้ำติดกับแม่น้ำชี 3 อำเภอ คือ อ.ฆ้องชัย กมลาไสย และ ร่องคำ ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน และให้ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่น้ำชี ซึ่งได้รับน้ำจากจ.ชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จากการตรวจสอบบริเวณฝ่ายวังยาง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย พบว่าปริมาณน้ำแม่น้ำชีมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเฉลี่ย 1.2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งพร่องน้ำวันละ 45.32 ล้าน ลบ.ม.เพื่อป้องกันน้ำล้นพนังกั้นน้ำ
ด้านนายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าเขื่อนระบายน้ำวังยาง โครงการลุ่มน้ำชีกลาง กล่าวว่า สำหรับแม่น้ำชี บริเวณฝายวังยางรับน้ำที่ไหลจากจ.ชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปัจจุบันมีระดับน้ำหน้าฝายที่ 136.73 ม.รทก.ระดับน้ำท้ายฝาย 136.73ม.รทก.ความจุปัจจุบัน 30.89 ล้านลบ.ม. จากระดับกักเก็บสูงสุด 33 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 91.96 % ทำให้เขื่อนวังยางต้องระบายน้ำผ่านลำน้ำชีไปยังลงแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงเฉลี่ย 524.52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 45.32 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน
อย่างไรก็ตามจากเดิมก่อนหน้านี้ระบายวันละ 25 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เนื่องจากจะต้องเตรียมรับมือปริมาณน้ำที่ไหลมาจากจ.ชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำจะไหลมาถึงภายในสัปดาห์นี้ และเตรียมรับมือพายุหวู่ติ๊บ ที่จะตกลงมาในพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำชีล้นพนังเอ่อเข้าท่วมที่นาและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่







