
กระสอบชลปราการ (n-ZACK) นวัตกรรมป้องกันน้ำท่วม
ปฏิเสธได้ยากว่าอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมหาศาล มูลค่าความเสียหายกว่า 1.4 ล้านล้านบาท
โดย...อาทิตย์ ลมูลปลั่ง
ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.
ปฏิเสธได้ยากว่าอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมหาศาล มูลค่าความเสียหายกว่า 1.4 ล้านล้านบาท จนธนาคารโลก (World Bank) จัดให้เป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายเป็นอันดับ 4 ของโลก ทว่าในความเสียหายนอกจากความมีน้ำใจของคนไทยที่ช่วยเหลือกันแล้ว ยังมีหลากหลายองค์กรที่คิดค้นนวัตกรรมในการป้องกันภัยพิบัติ เพื่อเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
หนึ่งในนั้น คือ กลุ่มนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิศวกรรมการผลิต ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(นาโนเทค) สวทช. ได้พัฒนานวัตกรรมป้องกันน้ำท่วมที่มีชื่อว่า “กระสอบชลปราการ” หรือ “เอ็นแซค”(nZACK) ขึ้นมา
ผลิตภัณฑ์กระสอบชลปราการ หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกจะมีลักษณะคล้ายถุงผ้าธรรมดา ขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร หรือมีขนาดใหญ่กว่ากระสอบทรายเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมเล็กน้อย
กระสอบชลปราการ ผลิตจากวัสดุเส้นใยสังเคราะห์ ทั้งจากผ้าโพลีเอสเตอร์และผ้าแบบทั่วไป แต่ความพิเศษของงานวิจัยชิ้นนี้ อยู่ภายในกระสอบที่บรรจุวัสดุพอลิเมอร์ดูดซึมน้ำ หรือไฮโดรเจล ซึ่งเป็นสารนาโนที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นจากน้ำได้ดีและจะพองตัวได้ถึง 100 เท่าเมื่อถูกน้ำ ดังนั้นการผลิตกระสอบชลปราการขึ้นมา นักวิจัยต้องการให้ใช้ป้องกันน้ำท่วมและหรือใช้วางทับซ้อนร่วมกับกระสอบทรายก็จะเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จุดเด่นของกระสอบชลปราการ คือ มีน้ำหนักเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม (เมื่อยังไม่แช่น้ำ) ง่ายต่อการขนส่งและขนย้ายไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเมื่อต้องการใช้งานเพียงนำกระสอบชลปราการ แช่น้ำประมาณ 1015 นาที ไฮโดรเจลที่อยู่ภายในกระสอบชลปราการจะทำหน้าที่ดูดซับน้ำและขยายตัวขึ้นเป็นร้อยเท่าตัว ทำให้ภายในกระสอบมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น เพราะเกิดจากเม็ดไฮโดรเจลขยายตัวสูงสุดและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 25 กิโลกรัม และมีความยืดหยุ่นสูงปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามความต้องการจึงสามารถใช้แทนกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้ดี ผลิตภัณฑ์กระสอบชลปราการยังเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำขังเพราะต้องสัมผัสน้ำตลอดเวลา หากใช้กระสอบชลปราการเพียงอย่างเดียวให้ป้องกันน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพจะเหมาะกับการป้องกันน้ำที่ระดับตั้งแต่ 1535 เซนติเมตร แต่หากนำไปวางเสริมร่วมกับกระสอบทรายจะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ถึงระดับ 50 เซนติเมตรเลยทีเดียว
ความพิเศษของกระสอบชลปราการ นอกจากน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก เหมาะกับการใช้งานที่เกี่ยวกับอุทกภัยและภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ด้วยวัสดุที่ผลิตจากผ้าจึงมีความทนทานใช้งานได้นานอีกด้วย แตกต่างจากกระสอบทรายทั่วไปที่ผลิตจากพอลิโพรไพลีน (Polypropylene : PP ) ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติกที่มีความเบา แต่หากถูกน้ำและแสงแดดเป็นเวลานานๆ จะเปราะแตกง่ายซึ่งจะเกิดการยุ่ย ฉีกขาด และอาจทำให้ทรายรั่วไหลออกจากกระสอบปนเปื้อนลงไปในท่อระบายน้ำเกิดปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันและน้ำท่วมขังบนท้องถนนตามมาเป็นการซ้ำเติมปัญหายิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์กระสอบชลปราการ ที่นักวิจัย สวทช.ผลิตขึ้นจึงเป็นอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ที่ช่วยตอบโจทย์การแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินได้อย่างแท้จริง เพราะการออกแบบให้มีน้ำหนักเบานั้น เท่ากับว่าได้แก้ปัญหาข้อจำกัดในการขนย้ายได้ตั้งแต่อุทกภัยยังไม่เกิดเลยก็ว่าได้
และเมื่อเราคนไทยมีประสบการณ์จากอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2554 มาแล้ว หากจำเป็นต้องรับมือครั้งต่อไป ผลงานวิจัย “กระสอบชลปราการ”ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย







