
คันแรกพ่นพิษ
ผู้เช่าซื้อติดกับชักหน้าไม่ถึงหลังแห่รูดปรื๊ดจ่ายค่างวดไฟแนนซ์ดอกเบี้ยบัตรเครดิตบานท่วมหัว
ผู้เช่าซื้อติดกับชักหน้าไม่ถึงหลังแห่รูดปรื๊ดจ่ายค่างวดไฟแนนซ์ดอกเบี้ยบัตรเครดิตบานท่วมหัว
เจ้าหนี้หืดจับ เจอลูกหนี้เงินฝืด หมุนเงินจากสินเชื่อบุคคลจ่ายค่างวดเช่าซื้อรถยนต์
นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสัญญาณชัดเจนว่าหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะลูกหนี้หมุนเงินโดยการกดเงินสดเพื่อมาจ่ายค่างวดเช่าซื้อรถยนต์ ทำให้มีผลกระทบความสามารถในการชำระหนี้ยอดหนี้เก่า
“ลูกค้าส่วนใหญ่ยอมจ่ายหนี้รถก่อนที่จะจ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เนื่องจากค้างชำระ 1 เดือนบริษัทก็ติดตามแล้ว และหากค้าง 3 เดือนก็จะยึดรถ รีบนำมาขายทอดตลาด เพราะรถยนต์ราคาตกเร็วมาก” นายประชา กล่าว
นายประชา กล่าวว่า บริษัทลีสซิงที่ให้บริการเช่าซื้อรถยนต์ไม่ต้องการยึดรถคันแรก เพราะติดเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงการคลังที่ห้ามเปลี่ยนมือผู้ครอบครองรถยนต์ภายใน 5 ปี หากขายก่อนจะต้องหักเงินที่ได้คืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไปคืนให้รัฐ ปัญหาคือเมื่อยึดรถมาแล้วขายไม่ได้ทันทีราคารถยนต์จะตกไปเรื่อยๆ สุดท้ายขายแล้วเมื่อหักภาษีคืนอาจจะไม่พอชำระหนี้ให้กับผู้เช่าซื้อ ทำให้ยอดหนี้เสียอย่างเป็นทางการจากโครงการรถคันแรกไม่สูงตามสถานการณ์จริง แต่ในวงการเช่าซื้อรู้ดีว่าเริ่มมีปัญหามาก
“การติดตามหนี้สินในขณะนี้ทำได้ยากมากขึ้น ลูกหนี้ไม่หนีแต่ไม่มีเงินจ่าย ” นายประชา กล่าว
น.ส.ปภาดา ชินวงศ์ ผู้จัดการโครงการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง “พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคนเมือง” พบว่าคนเมืองมีความนิยมในการใช้บัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Generation Y ที่มีอายุระหว่าง25-33 ปี จะใช้บัตรเครดิตควบคู่กับบัตรสินเชื่อเงินสด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาระหนี้สิน
นอกจากนี้ มีผู้ที่ถือบัตรครึ่งหนึ่ง หรือ 50.4% เลือกชำระยอดบัตรเครดิตในอัตราขั้นต่ำเท่านั้น ทำให้ยอดหนี้ไม่ลดลง
สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุดเดือน ก.ค. ปี 2556 มียอดคงค้างทั้งสิ้น 2.84 แสนล้านบาท คิดเป็น 22.37% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีจำนวนทั้งสิ้น 11.02 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.71 ล้านบัญชี หรือ 18.33% สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มี 8,500 ล้านบาท







