posttoday
ต้นสังกัดยันไล่ออกด.ต.ยิงครูสาวนานแล้ว

ต้นสังกัดยันไล่ออกด.ต.ยิงครูสาวนานแล้ว

23 กันยายน 2556

ต้นสังกัดดาบตำรวจมืออุ้มครูสาวฆ่า2ศพ.ปัดไม่เกี่ยวข้องชี้ไล่ออกจากราชการนานแล้ว

ต้นสังกัดดาบตำรวจมืออุ้มครูสาวฆ่า2ศพ.ปัดไม่เกี่ยวข้องชี้ไล่ออกจากราชการนานแล้ว

พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุนาวิน ผกก. สภ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงกรณี ด.ต.สมบูรณ์ หนูรักษา อดีตนายตำรวจชั้นประทวน สภ.บ้านโพธิ์ ก่อเหตุอุ้ม น.ส.สุภวดี ศุขจรัส อดีตข้าราชการครูหายไปจากบริเวณทางเข้าบ้าน ก่อนไปก่อเหตุขับรถยนต์ชน ด.ช.อดิศักดิ์ ขุนจันทร์ ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จนเสียชีวิต ในท้องที่ สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้ตัดสินใจยิงฝ่ายคู่กรณีจนเสียชีวิต ก่อนจะยิงตัวตายตามนั้น

ด.ต.สมบูรณ์ ได้ถูกคำสั่งจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา ไล่ให้ออกจากราชการ ลงวันที่วันที่ 1 พ.ย.2554 และให้มีผลย้อนหลังกลับมาจนถึงวันที่ 28 มี.ค.2554 โดยที่เจ้าตัวได้มาเซ็นรับทราบคำสั่ง เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2554

จากการสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคยอยู่มาก่อน ขณะเกิดเหตุ ทราบว่า เดิมที ด.ต.สมบูรณ์ นั้น เป็นตำรวจตู้ยามประจำต.คลองบ้านโพธิ์ ในตำแหน่ง ผบ.หมู่ งาน ป. ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของผู้เสียหายมากนัก ซึ่ง ด.ต.สมบูรณ์ นั้นมีบุตรชาย 2 คน ได้นำมาเรียนพิเศษกับทางผู้เสียหาย เนื่องจากทางผู้เสียหายนั้นมีชื่อเสียงในด้านของการสอนภาษาอังกฤษ รวมทั้งยังเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี และที่ผ่านมาเด็กๆ ผู้ที่เคยเข้ามาเรียนด้วยนั้น มักจะสอบเรียนต่อได้ในสถานศึกษาที่ดีๆ โดยเฉพาะนักเรียนแพทย์จำนวนหลายคน จึงทำให้คนใน อ.บ้านโพธิ์ พากันส่งลูกเข้าไปเรียนพิเศษด้วย

ขณะเดียวกัน ด.ต.สมบูรณ์ นั้นได้เข้าไปรับส่งบุตรชายทั้งสองคนให้ไปเรียนพิเศษกับผู้เสียหายโดยตลอด จนเกิดความคุ้นเคยกับผู้เสียหาย จนผู้เสียหายนั้นไว้วางใจให้ขับรถพาไปติดต่อธุระต่างๆ และพาไปเบิกจ่ายเงินเข้าออกกับทางธนาคารอยู่บ่อยครั้ง เพราะเห็นว่าเป็นตำรวจผู้เสียหายจึงไว้ใจ ประกอบกับผู้เสียหายไม่ได้ซื้อรถใช้เองเมื่อก่อนหน้านี้ โดยที่ผู้เสียหายนั้นไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรนอกเหนือไปจากคนที่รู้จักกันกับผู้ก่อเหตุ และในการไหว้วานให้ไปรับส่งทุกครั้ง ผู้เสียหายก็ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนให้โดยตลอด

อย่างไรก็ตามต่อมาในวันที่ 14 ก.พ.2554 ผู้เสียหายได้ให้ผู้ก่อเหตุเป็นผู้นำพาไปเบิกจ่ายเงินที่ธนาคาร แต่หลังจากเสร็จธุระกับทางธนาคารแล้ว ผู้ก่อเหตุกลับไม่นำพาผู้เสียหายเข้ามาส่งยังที่บ้านพัก แต่กลับพาขับรถเลยข้ามฝั่งแม่น้ำบางปะกงไปยังเขตท้องที่ สภ.แสนภูดาษ และได้พาเข้าไปยังภายในโรงแรม เมื่อเวลา 14.55 น. และได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และกระทำการข่มขืนกระทำชำเราต่อผู้เสียหายจนสำเร็จ

ต่อมาในวันที่ 15 ก.พ.2554 เวลา 13.00 น. ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.ท.นิพนธ์ ดลพัลลภ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สภ.แสนภูดาษ ให้ดำเนินคดีต่อ ดต.สมบูรณ์ รวม 3 ข้อหา กรณีใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับ กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนกระทำชำเรา ตาม คดีเลขที่ 33/2554 สภ.แสนภูดาษ

ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ทางศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ ด.ต.สมบูรณ์ จำคุกเป็นเวลา 7 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะเดียวกันทาง ด.ต.สมบูรณ์ ได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลออกมา เพื่อขอต่อสู้คดีในชั้นฎีกาอีก จนมาก่อเหตุลักพาตัวขึ้น เมื่อช่วงเวลา 08.30 น.-09.00 น. เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง สภ.บ้านโพธิ์ ได้พยายามติดตาม และวิทยุกระจายข่าวแจ้งเพื่อสกัดจับแล้ว แต่ตำรวจไปไล่ติดตามทันยังที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

สำหรับ ด.ต.สมบูรณ์ นั้น หลังถูกคำสั่งไล่ออกจากราชการแล้ว ก็ไม่ได้เข้ามายังที่ สภ.บ้านโพธิ์ บ่อยนัก เนื่องจาก เพื่อนๆ ตำรวจในโรงพัก ต่างพากันไม่ยุ่งเกี่ยวหรือคบหาด้วย และเชื่อว่าส่วนใหญ่นั้นน่าจะกลับไปอยู่ยังที่บ้านเกิด ยังภูมิลำเนาของบิดา มารดา ที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 ต.หาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร เนื่องจากหลังก่อเหตุแล้ว ด.ต.สมบูรณ์ ได้รีบหย่าขาดจากภรรยาเดิมที่อยู่กินด้วยกันในทันที เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการที่จะไปอยู่กินร่วมกับทางฝ่ายของผู้เสียหาย และเพื่อง่ายต่อการเจรจาขอให้ทางผู้เสียหายยอมความทางคดี

แต่ทางผู้เสียหายนั้นไม่ยินยอม ประกอบกับทางฝ่ายของภรรยาเดิมของ ด.ต.สมบูรณ์ ซึ่งเป็นข้าราชการครูรุ่นน้อง และสอนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน ต.ลาดขวาง นั้นมักจะเข้ามาต่อว่า ด่าทอต่อทางผู้เสียหายและประจานกล่าวหาอย่างหนักอยู่บ่อยครั้ง ในทำนองที่ว่าถูกแย่งสามีไป จึงยิ่งทำให้ทางฝ่ายของผู้เสียหายนั้นไม่มีท่าทีว่าจะยอมความให้จบลงได้โดยง่าย

ล่าสุดทาง ด.ต.สมบูรณ์ ได้นำพาผู้เป็นพี่สาว คือ นางมณฑา หนูรักษา มาด้วยเพื่อที่จะเข้าไปขอเจรจากับทางฝ่ายญาติสนิทของทางผู้เสียหาย เพื่อให้ทางผู้เสียหายยินยอมที่จะกลับคำให้การในชั้นศาลฎีกา แต่ทางฝ่ายญาติของผู้เสียหายนั้นได้แต่เพียงรับฟังการเจรจา แต่ไม่ได้มีทีท่าที่จะตอบรับ จึงทำให้ทางฝ่ายของ ด.ต.สมบูรณ์ นั้นหมดหนทางที่จะต่อสู้ทางคดี และคิดว่าอย่างไรก็คงต้องถูกจำคุกแน่นอนแล้ว จึงได้ลงมือก่อเหตุเข้าไปลักพาตัวดังกล่าวขึ้น จนมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่สุด

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนภูดาษ ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นทาง ด.ต.สมบูรณ์ ไม่ได้ถูกควบคุมตัวไว้แต่ประการใด เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี และยังได้เดินทางเข้ามามอบตัว และรับทราบข้อกล่าวหาด้วยความสมัครใจ พนักงานสอบสวนจึงต้องปล่อยตัวไปชั่วคราวตามกฎหมายใหม่ และระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นศาล ด.ต.สมบูรณ์ ก็ได้ยื่นขอประกันตัวออกมาใช้ชีวิตยังด้านนอกเพื่อหาทางต่อสู้ทางคดีมาโดยตลอด

จนผ่านการตัดสินพิจารณาคดีของศาลมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ในชั้นฎีกานั้น ด.ต.สมบูรณ์ ได้มีพฤติกรรมในการหลบหนีศาล โดยไม่ได้เข้าไปรายงานตัวต่อศาลตามนัดมาหลายครั้งแล้ว จนมาตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวขึ้นในที่สุด หลังจากความพยายามที่จะหาทางเจรจาให้ยอมความต่อคู่กกรณีล้มเหลว ดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน