
เพื่อไทยป้องนายกฯปัดสั่งห้ามเจรจาชาวสวนยาง
"พร้อมพงศ์"ปัด "ยิ่งลักษณ์" สั่งห้ามเจรจาม็อบยางพารา อัด ปชป.บิดเบือน ถาม ส.ส.มีรายได้จากสวนยาง-ปาล์มเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
"พร้อมพงศ์"ปัด "ยิ่งลักษณ์" สั่งห้ามเจรจาม็อบยางพารา อัด ปชป.บิดเบือน ถาม ส.ส.มีรายได้จากสวนยาง-ปาล์มเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข่าวว่า การแก้ไขปัญหาม็อบสวนยาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ไม่ให้มีการเจรจา หลังตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ พบนายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ไม่เป็นความจริง ตนได้ตรวจสอบทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายวิสาร ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ เป็นเพียงการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เกิดความแตกแยกในหมู่พี่น้องชาวสวนยาง
ทั้งนี้ได้ตรวจสอบ พบว่าขณะนี้เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช มีประชาชนมาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 7 หมื่นราย ซึ่งในวันที่ 24 ก.ย.นี้ จะมีการจ่ายเงินชดเชย 450 รายแรก จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนว่ารัฐบาลมีความจริงใจ แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ บิดเบือน ทำตัวเป็นบ่าง เสี้ยมให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะในภาคใต้ อย่างไรก็ตามตนได้ตรวจสอบข้อมูล ที่มีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีการชุมนุมของวัยรุ่นจากนอกพื้นที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ พัทลุง ตรัง สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ จึงอยากถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุม มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่
นอกจากนี้กรณี ส.ส.ใต้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว เรียกร้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนยางและปาล์ม ที่รัฐสภา ว่า เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าแถลงแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อน และอ้างเกษตรกร เพราะล่าสุดตนไปดูข่าวจากเว็บไซต์ พบว่า มี ส.ส.ใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ทำสวนยางจำนวนมาก แต่ในขณะนี้มีพี่น้องชาวสวนยางออกมาตอบรับการดำเนินการของรัฐบาลกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และอีก 5 เปอร์เซ็นต์ บอกไม่ยอมรับ ซึ่งฝ่ายค้าน กำลังมองว่า รัฐบาลมีปัญหา แก้ไขไม่ตรงประเด็นและไม่ตอบโจทย์
ทั้งนี้ได้ไปตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ของส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎ์ธานี มีรายได้จากสวนยางและสวนปาล์ม กว่า 41 ล้านบาท นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ นายเชน เทือกสุบรรณ นายธานี เทือกสุบรรณ นายเจือ ราชสีห์ นายไตรงรงค์ สุวรรณคีรี นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ล้วนแล้วแต่มีรายได้จากการทำสวนยางและสวนปาล์มนับล้านบาท จึงน่าแปลกใจว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน ประกอบอาชีพทำสวนยางสวนปาล์ม และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ตนจึงตั้งข้อสังเกตและถามว่านายสุเทพ มีสวนยางและสวนปาล์ม นับหมื่นไร่หรือไม่
นายพร้อมพงศ์ได้ให้ทีมกฎหมายตรวจสอบ และอาจยื่นเอาผิดบุคคลเหล่านี้ ที่แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ว่า ทำสวนยาง สวนปาล์ม และอ้างให้พี่น้อง สุดท้ายเรียกร้องเพื่อตัวเองหรือไม่ และตนจะไปตรวจสอบว่า ถือครองอยู่เท่าไหร่







