
Change.org คนธรรมดาเปลี่ยนสังคม
บรรยากาศงาน “คนธรรมดาเปลี่ยนโลกOne year of Change.org Thailand” เนื่องในโอกาสครบรอบการทำงาน 1 ปี
บรรยากาศงาน “คนธรรมดาเปลี่ยนโลกOne year of Change.org Thailand” เนื่องในโอกาสครบรอบการทำงาน 1 ปี Change.org ประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเค ปาร์ค เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจชมนิทรรศการและฟังการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรณรงค์จากเจ้าของแคมเปญต่างๆ ผู้ซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดา แต่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทยได้ผ่านทางเว็บไซต์ Change.org ซึ่งเป็นช่องทางให้ประชาชนร่วมกันสะท้อนปัญหาทางสังคม ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ผู้ริเริ่มแคมเปญถอดหูฉลามออกจากเมนู เปิดเผยว่า ส่วนตัวเป็นนักดำน้ำที่รณรงค์เรื่องหูฉลามมานานแล้ว เคยช่วยพูดในสื่อต่างๆ แต่ยังไม่ชัดเจน จึงร่วมกับ Finfree หันมาใช้เครื่องมือของ Change.org รณรงค์ให้โรงแรมต่างๆ ถอดหูฉลามออกจากเมนู เพราะการบริโภคหูฉลามเป็นการทารุณสัตว์ ทั้งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะหูฉลามมีสารปรอทมาก ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดี หลังโพสต์เรื่องไปก็มีคนร่วมลงชื่อและส่งต่อจำนวนมาก กระทั่งมีโรงแรมเลิกจำหน่ายหูฉลามเกือบ 60 แห่ง
การรณรงค์ผ่าน Change.org มีลักษณะแตกต่างจากการรณรงค์ในแบบเก่าๆ คือ ไม่ได้เป็นในนามขององค์กร แต่เป็นเรื่องจากคนคนหนึ่ง แม้จะเป็นแค่คนเดียว แต่มีความหมายมาก เพราะมาจากสิ่งใกล้ตัวที่สามารถมองเห็นได้ ปัจจุบันโลกโซเชียลมีเดียมีพลังสูงและเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับสร้างการเปลี่ยนแปลง
นนลนีย์ อึ้งวิวัฒน์กุล ผู้รณรงค์ให้ กทม. เปลี่ยนฝาท่อเพื่อให้การขี่จักรยานมีความปลอดภัย กล่าวว่า ฝาท่อ กทม.เมื่อก่อนก่ออุบัติเหตุต่อนักปั่นได้หากล้อไปติดในฝา ทำให้ต้องรณรงค์เรื่องนี้ หลังทำไปแค่วันเดียวก็มีคำสั่งให้เปลี่ยนฝาท่อเป็นแนวขวางทั้งหมด
“ยอมรับว่าตอนแรกก็กลัว แต่พอตัดสินใจแล้วว่าเราจะทำก็เดินหน้า เครื่องมือของ Change.org สามารถกดดันผู้มีอำนาจได้ โดยเฉพาะอีเมลจดหมายร้องเรียน ซึ่งเมื่อมีผู้ลงชื่อมากเท่าไรก็จะมีอีเมลไปถึงหน่วยงานที่ดูเรื่องดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เขาได้ยินเสียงของเราและแก้ปัญหาตามแรงกดดันในที่สุด”
ธารา บัวคำศรี ผู้รณรงค์ให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืนทางขึ้นเขาใหญ่ กล่าวว่า ที่ลุกขึ้นมารณรงค์เพราะอยากเปลี่ยนวิธีคิดของหน่วยงานราชการที่ควรจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายมากขึ้น การตัดถนนพัฒนาเขาใหญ่ เป็นความคิดที่ล้าสมัย กรมทางหลวงควรได้บทเรียนว่าการคิดแต่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐโดยไม่สนใจอย่างอื่นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง นี่คือการเปลี่ยนแปลงแม้ยังจะไม่เป็นรูปธรรมในตอนนี้ แต่เชื่อว่าในอนาคตจะไม่มีกรณีการตัดถนนแบบทางขึ้นเขาใหญ่อีกต่อไปแล้ว
“ในปัจจุบันโลกยุคใหม่โลกดิจิตอล จะมีเครื่องมือใหม่ๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม เช่น Change.org ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่สามารถจุดประกายและสามารถทำให้คนได้แสดงออกถึงสังคมที่เขาอยากเห็น และรณรงค์ให้คนอื่นๆ มาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกันได้ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนธรรมดาทุกคนควรลุกขึ้นมาเปลี่ยนเพื่อให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น”
จิรายุ เอกกุล ผู้รณรงค์คัดค้านการนำเข้าปลาวาฬเบลูก้าเข้ามาแสดงในประเทศไทย กล่าวว่า เหตุที่รณรงค์เรื่องนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนรู้ข้อเท็จจริงว่าการแสดงปลาวาฬเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ ทำให้ปลาวาฬเสียชีวิตเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นการพรากพ่อแม่ลูกของปลาโลมาด้วย
“การรณรงค์ผ่าน Change.org ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ง่ายขึ้น จนเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบโดมิโนที่มีการเปลี่ยนแปลงดีๆ ตามมา การสร้างการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ยากเหมือนสมัยก่อน สมัยนี้แค่ลุกขึ้นมาเขียนเรื่องราวและบอกต่อคนอื่นก็สามารถรวมพลังกันสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะโลกแคบลงเหลือเพียงแต่ต้องการคนกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนเท่านั้น”
ตุลย์ ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการรณรงค์ Change.org ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทุกเรื่องรณรงค์ล้วนแล้วแต่มีผู้ร่วมสนับสนุนเป็นพันเป็นหมื่นคนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายของรัฐ และบริษัทขนาดใหญ่ แต่ละเรื่องเขียนมาจากความรู้สึกของผู้รณรงค์เอง เป็นปัญหาที่เขาประสบจริงๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกแคมเปญมีพลัง เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงได้
Change.org คือ เว็บไซต์ที่ประชาชนทั่วไปทุกคนสามารถสร้าง Webpage เพื่อเริ่มเรื่องราวรณรงค์ได้ด้วยตัวเอง เรื่องที่อยู่ใกล้ตัว เรื่องที่ไม่ยุติธรรมที่รู้สึกไม่ถูกต้อง สามารถหาคนคิดเหมือนเพื่อร่วมกัน “เปลี่ยน” เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคม ปัจจุบันมีผู้ใช้ Change.org มากกว่า 40 ล้านคนในกว่า 196 ประเทศทั่วโลก มีสาขาในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยได้เริ่มเปิดทดลองใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้ใช้แล้วกว่า 3 แสนคน และมีการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วมากมาย







