posttoday
จำนนรัฐธรรมนูญจำยอมแถลงผลงาน

จำนนรัฐธรรมนูญจำยอมแถลงผลงาน

20 กันยายน 2556

ในที่สุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ฤกษ์แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล หรือแถลงผลงานรัฐบาลต่อที่ประชุมสภาในวันที่ 24 ก.ย.นี้

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ในที่สุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ฤกษ์แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล หรือแถลงผลงานรัฐบาลต่อที่ประชุมสภาในวันที่ 24 ก.ย.นี้

หวนคำนึงถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เริ่มบริหารงานเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2554 นับวันปฏิทินจึงครบ 1 ปี วันที่ 23 ส.ค. 2555 หาใช่วันที่ 23 ส.ค. 2556 อย่างแน่นอน

ณ สถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลบริหารงานก้าวเกิน 2 ปีไปแล้วด้วยซ้ำ แต่กำลังเจาะเวลาหาอดีตเพื่อขอให้สภาเปิดแถลงผลงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

ทั้งที่รัฐธรรมนูญมาตรา 75 วรรคสอง ระบุไว้ นอกจากรัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนบริหารราชการแผ่นดิน ยังต้องจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่น่าจะไม่เข้าใจต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรานี้ แต่ปรากฏว่าผ่านไป 1 ปี ไร้วี่แววการแถลงผลงาน

แน่นอนกลายเป็นจุดบอด เกิดกระแสเสียงเรียกร้องส่งผ่านมานับตั้งแต่รัฐบาลบริหารงานครบ 1 ปี จนก้าวผ่าน 2 ปี โดนทวงถามตลอด เหตุใดถึงไม่มีการแถลงผลงาน 1 ปี???

ย้อนกลับไปเมื่อการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปเมื่อปี 2555 ทั้งที่รัฐบาลสามารถประสานสภาหาช่วงเวลาอันเหมาะสมบรรจุวาระแถลงผลงานได้ แต่รัฐบาลกลับยื่นรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายต่อสำนักเลขาธิการสภาฯ เดือน พ.ย. ซึ่งก็ใกล้ปิดสมัยประชุมสภา ในที่สุดไม่มีการแถลง

กระทั่งเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติเมื่อเดือน ม.ค. 2556 มีความพยายามจากฝ่ายค้านให้รัฐบาลแถลงผลงาน แต่รัฐบาลเพื่อไทยอ้างว่าสมัยนิติบัญญัติเป็นการพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ ไม่เหมาะกับการแถลงผลงานรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) งัดรัฐธรรมนูญมาตรา 136 (5) ที่ระบุ หากต้องการให้สภาผู้แทนฯ พิจารณาผลงาน รัฐบาลต้องเสนอขอเสียงจากที่ประชุมรัฐสภา ปรากฏว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติ 481 ต่อ 16 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 1 ไฟเขียวให้แถลงผลงานรัฐบาลในการประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติได้

กระนั้นรัฐบาลใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ปล่อยเวลาล่วงเลยจนสภาสมัยนิติบัญญัติปิด สามารถดองแฟ้มผลงานรัฐบาลได้สำเร็จ แถมลากยาวผลงาน 1 ปี ให้มาสู่การครบวงรอบเปิดประชุมสภาสมัยสามัญอีกครั้ง

ไม่แปลกที่จะมีการตั้งข้อสังเกต การยื้อเวลาข้ามทวิภพขนาดนี้ อันเนื่องมาจากรัฐบาลไม่พร้อมแถลงหรือไม่มีผลงานแถลง หรือทั้งสองกรณี “ไม่พร้อมและไม่มีผลงาน”

แม้คนในรัฐบาลไม่ว่าเป็น พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ กล่าวท่วงทำนองเดียวกัน “รัฐบาลได้ส่งรายงานผลงานไปให้สภานานแล้ว จึงขึ้นอยู่กับสภาจะบรรจุระเบียบวาระประชุมเมื่อไหร่ รัฐบาลไม่เหมาะที่จะไปขอสภาเกรงจะถูกมองว่ารัฐบาลแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ”

เหมือนต้องการสื่อสารให้รับรู้ว่ารัฐบาลพร้อมแถลงตลอด 24 ชั่วโมง แต่ปมปัญหาอยู่ที่สภาไม่พร้อมบรรจุระเบียบวาระมากกว่า

แต่พิจารณาอีกด้านหนึ่ง หากรัฐบาลมีผลงานเป็นที่อภิรมย์ยินดีต่อประชาชนคนทั้งประเทศ ประเด็นความไม่พร้อมของสภาย่อมตัดทิ้งไปได้ เพราะในทางการเมืองทราบกันดี ตราบใดที่นโยบายรัฐได้รับเสียงตอบรับ ตราบนั้นต้องเร่งขยายผลโดยใช้ทุกเวที แม้แต่เวทีรัฐสภาโหมโฆษณาสร้างความนิยม จึงไม่มีทางที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งก็เป็นเสียงข้างมากจากพรรคเพื่อไทยจะไม่กระโดดรับลูกแซงคิววาระอื่นๆ สั่งบรรจุวาระการแถลงผลงานทันที

เว้นเสียแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยรับสัญญาณตรงกันว่าหลังทำงานครบ 1 ปี ศักยภาพการทำงานในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน สังคม การเมือง อยู่ในสภาพสาละวันเตี้ยลง เมื่อพบตัวเลขมูลค่าการส่งออกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นนับตั้งแต่ปีแรกของการบริหารประเทศจนมาถึงปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้ หรือนโยบายหาเสียงกำลังพ่นพิษ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวที่มียอดหนี้ขึ้นบัญชีตัวแดงบานทะโร่ นโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นที่ยังไม่เห็นผลงานนอกจากเต็มไปด้วยอีเวนต์กดปุ่มร่วมรณรงค์เท่านั้น

ถ้าแถลงออกไปย่อมเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายค้าน วุฒิสภา อภิปรายโจมตี แทนที่จะหวังผลได้ภาพบวก จะกลายเป็นการเปิดแผลความบกพร่องบริหารประเทศ รอวันขยายแผลซ้ำในวันที่การแถลงผลงานรัฐบาลในรอบปีที่ 2 มาถึงอีกด้วย

หรือเป็นไปได้ที่ช่วงเวลารัฐบาลสมควรจะแถลงผลงานดันคาบเกี่ยวกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์เดินสายโรดโชว์ต่างประเทศถี่ยิบ แทบไม่มีเวลาสับหลีกวาระงานจนมองข้ามความสำคัญกิจการภายในแม้แต่การประชุมสภา แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดลำดับความสำคัญทัวร์นอกต้องมาก่อนการบอกกล่าวผลงานรัฐบาลอันสุดยอด

เช่นเดียวกัน นับตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เริ่มบริหารประเทศ กลับทุ่มสรรพกำลังในการหาทางอำนวยความสะดวกให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งการคืนพาสปอร์ตขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทั้งการหาทางเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ แม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนทำให้ต้องเขี่ยวาระการแถลงผลงานฉบับโลกลืมออกไปไกลสุด

ออกมารูปนี้แทนที่จะเป็นการแถลงผลงานรัฐบาลที่มีต่อประชาชน จะกลายเป็นถูกย้อนเกล็ดถูกโจมตี มีแต่ผลงานแก้ปัญหาทางการเมืองให้พวกพ้องตัวเอง

จะด้วยการอ้างเหตุผลกลใดก็ตาม ถึงที่สุดรัฐบาลก็ต้องจำยอมต่อการเปิดเวทีแถลง ลากยาวต่อไปอีกไม่ได้ เพราะประกาศิตรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้แถลงยังคอยหลอกหลอน

โดยเฉพาะเสียงจาก วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทิ้งหมัดตรงหลังพ้นตำแหน่งว่า “รัฐบาลกำลังกระทำการขัดรัฐธรรมนูญหลายประการ หนึ่งในนั้นรัฐบาลเลี่ยงการแถลงผลงาน 1 ปี” ทำให้เกิดพายุโหมใส่รัฐทันควันด้วยกลุ่มองค์กรภาคประชาชน นำโดย สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มกรีนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเอาผิด

ถึงแม้ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ออกมายืนกราน ไม่สามารถเอาผิดรัฐบาลได้ก็ตาม แต่ภาพของการฝืนหลีกเลี่ยงไม่เข้าสภา ไม่แถลงผลงานก็ยังเป็นตราประทับกัดกร่อนเครดิตต่อไป

นาทีนี้รัฐบาลจึงต้องจำนนรัฐธรรมนูญเตรียมทำใจถูกถล่มย้อนเวลาควานหาผลงาน 1 ปี ดีกว่าเป็นรัฐบาลมีตำหนิหนีแถลงผลงาน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI