
รัฐเบาใจดีเปรสชันอ่อนแรง
ภาคกลางไม่กระทบ/กทม.แค่ฝนปรอยใช้5หมื่นล.ขุดแม่น้ำใหม่ระบายเจ้าพระยา
ภาคกลางไม่กระทบ/กทม.แค่ฝนปรอยใช้5หมื่นล.ขุดแม่น้ำใหม่ระบายเจ้าพระยา
รัฐบาลขอประชาชนอย่าวิตก ชี้พายุดีเปรสชันอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่า โคลนถล่มที่อีสาน
น.ส.รศนา ปฏิมาประกร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช. เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุดพบว่าความรุนแรงของพายุดีเปรสชันที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ซึ่งทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เริ่มค่อยๆ อ่อนกำลังลง คาดว่าจะสลายตัวบริเวณภาคกลางวันนี้ ทำให้ผลกระทบจากพายุดีเปรสชันลูกนี้ลดความรุนแรงลง ส่งผลให้ปริมาณฝนตกระหว่างวันที่ 21-22 ก.ย.นี้ ไม่หนักเท่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ทุ่งรังสิตและบางพื้นที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงขอให้ประชาชนคลายความกังวลลงได้
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และนครราชสีมา และภาคตะวันออก บริเวณ จ.สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคกลางยังไม่น่าหนักใจ ทุกอย่างยังเป็นปกติของสภาพการระบายแบบมีการบริหารจัดการที่ดี ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำที่ประมาณ 1,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะไม่ทำให้พื้นที่ภาคกลางถูกน้ำท่วมเหมือนปี 2554 แต่จะมีเฉพาะจุดที่ลุ่มต่ำของภาคกลางเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่ง เช่นที่ อ.บางบาล
นายปลอดประสพ กล่าวว่า จะมีการขุดแม่น้ำใหม่เพื่อเป็นช่องทางระบายน้ำลงทะเล ในส่วนของ จ.พระนครศรีอยุธยา จะนำร่องขุดคลองทางลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 21 กิโลเมตร ผ่าน 3 อำเภอ คือ อ.บางบาล เสนา บางไทร หากได้ทำอาจใช้งบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีร่องความกดอากาศต่ำเข้ามาปกคลุมในพื้นที่ กทม. แต่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมเล็กน้อย โดยจะมีฝนตกปรอยๆ แต่ไม่ถึงกับหนักมาก ซึ่งก็ถือว่าเป็นลมประจำฤดูอยู่แล้ว หากปริมาณฝนมีเหมือนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. เชื่อว่า กทม.จะระบายได้ดี
สำหรับการเตรียมความพร้อมนั้นมีเกือบ 100% แล้ว โดยได้ดูระบบพร่องน้ำ การระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรับมือน้ำฝนกำลังจะตก สำหรับปริมาณขยะที่พบว่ามีมากและไปอุดตันทางน้ำไหล ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เก็บอย่างต่อเนื่องทุกวัน และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ทิ้งขยะให้เป็นที่ เพื่อลดปัญหาดังกล่าวด้วย







