
คิดให้รอบด้าน
แพทริก วินน์ ผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์ข่าวโกลบอล โพสต์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จับประเด็นเรื่องที่ทางการไทยจะมีการพิจารณาทบทวนให้ “กระท่อม” หนึ่งในสารเสพติดประเภทเดียวกันกับยาแอมเฟตามีนและกัญชาได้รับอนุญาตให้ใช้ได้อย่างแพร่หลายไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
แพทริก วินน์ ผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์ข่าวโกลบอล โพสต์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จับประเด็นเรื่องที่ทางการไทยจะมีการพิจารณาทบทวนให้ “กระท่อม” หนึ่งในสารเสพติดประเภทเดียวกันกับยาแอมเฟตามีนและกัญชาได้รับอนุญาตให้ใช้ได้อย่างแพร่หลายไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
รายงานของ วินน์ ระบุว่า ขณะที่รัฐบาลสหรัฐมุ่งปราบปรามการใช้สารเสพติดทุกประเภทอย่างจริงจัง เห็นได้จากในขณะนี้รัฐบาลท้องถิ่นในหลายรัฐได้อนุมัติรับรองให้กระท่อมและกัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ผู้ใดมีใช้หรือมีครอบครองจะได้รับการดำเนินการลงโทษแน่นอน แต่สถานการณ์ในไทยกลับดำเนินไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม โดยมุ่งให้การใช้กระท่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เหตุผลเพราะทางการไทยเห็นว่า “กระท่อม” เป็นพืชที่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยเลิกเสพยาแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ วินน์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นของไทยค่อนข้างจะได้รับเสียงสนับสนุนจากนักวิชาการส่วนหนึ่งที่ศึกษาวิจัยด้านพืชและสารเสพติดอยู่พอสมควร หนึ่งในนั้นรวมถึงปาสกาล แทนกวย ผู้อำนวยการโครงการในสำนักงานพีเอสไอ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นสำนักงานด้านการสาธารณสุขและอนามัยโลกที่มุ่งสนับสนุนส่งเสริมการลดใช้ยาและสารอันตรายของผู้ติดยา
แทนกวย กล่าวว่า ผลการศึกษาที่ผ่านมาชี้ให้เห็นชัดเจนว่ามนุษย์เคี้ยวใบกระท่อมมาแล้วหลายพันปี โดยมนุษย์ไม่เคยได้รับอันตรายจากการเสพเกินขนาด หรือผลกระทบต่อภาวะจิตใจ และยิ่งไม่เคยมีบันทึกการก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรงใดๆ จากการทานใบกระท่อมแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน จากการศึกษาอย่างจริงจังยังพบอีกว่า รายงานการเสียชีวิตที่มีใบกระท่อมเข้ามาเกี่ยวข้อง สาเหตุการตายจริงๆ ไม่ได้มาจากใบกระท่อม แต่มาจากผลของทรามาดอล สารเป็นพิษต่อร่างกายรุนแรง ซึ่งนิยมนำมาใช้ผสมเครื่องดื่มพร้อมใบกระท่อม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ พบว่า กระท่อมถือเป็นยาเสพติดลำดับ 3 ที่มีการใช้มากที่สุดรองจากยาบ้าและกัญชา แต่ปริมาณของผู้ใช้ยังถือได้ว่าอยู่ในระดับน้อยและอยู่ในวงจำกัดเมื่อเทียบกับ 2 อันดับแรก เพราะฤทธิ์ของยาไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับสารเสพติดอื่นๆ ขณะที่ความเชื่อของคนในพื้นที่ที่ต้นกระท่อมขึ้นอยู่ยังมองว่ากระท่อมเป็นยากระตุ้นระดับอ่อนๆ ใกล้เคียงกับกาเฟอีนในกาแฟ
อย่างไรก็ตาม เสียงสนับสนุนจากนักวิชาการไม่ได้หมายความว่า แนวคิดการอนุญาตให้กระท่อมเป็นสิ่งถูกกฎหมายของไทยเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะปัจจัยที่ต้องพินิจพิจารณาไม่ได้มีเพียงผลลัพธ์ในแง่สุขอนามัย แต่ยังหมายรวมถึงผลกระทบต่อสังคมและความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ใบกระท่อมไปในทางที่ผิด
ดังนั้น ทางการไทยจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นอื่นๆ ให้ครอบคลุมก่อนตัดสินใจอนุมัติ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง







