
ผู้นำต้องรับผิดชอบ
วันที่ 19-20 ก.ย.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2
วันที่ 19-20 ก.ย.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2
กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่คนไทยทั้งประเทศควรให้ความสนใจ เพราะถือเป็นการออกกฎหมายกู้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย และหนี้จำนวนนี้เมื่อรวมดอกเบี้ยจะงอกออกมาเป็น 5 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้ต่อหัวต่อคนของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เรียกว่ากู้เงินมาใช้แล้วคนไทยทั้งหมดต้องแบกหนี้ ตกไปกี่ชั่วคนจึงจะใช้หนี้ก้อนนี้หมดก็ไม่อาจรู้ได้
ดังนั้น กฎหมายสำคัญฉบับนี้ รัฐบาลจะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนให้มากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อคนไทยทุกคน แต่รัฐบาลเลือกที่จะใช้วิธีการเร่งรัดและไม่เปิดเผย โดยไม่จัดให้มีการถ่ายทอดสดการพิจารณาวาระที่ 2 ของร่างกฎหมายนี้ทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อให้ข่าวสารกระจายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง มากกว่าจะให้ถ่ายทอดสดแต่ในสถานีวิทยุรัฐสภาเท่านั้น
การที่รัฐบาลเลือกจะไม่ใส่ใจในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างแพร่หลายต่อประชาชน กลายเป็นจุดบอดของรัฐบาลที่ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเอง ก็หงุดหงิดถึงขั้นตำหนิทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ไม่ออกมาชี้แจงเรื่องในความรับผิดชอบงานในหน้าตัก เป็นเหตุให้รัฐบาลถูกโจมตีหนักจากฝ่ายค้าน ซึ่งรัฐบาลเห็นว่ามีการบิดเบือนเยอะ ทั้งปัญหาเรื่องโครงการรับจำนำข้าว หนี้ครัวเรือน ข้าวของแพง
ปัญหาที่รัฐบาลโดนรุมกระหน่ำในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และการใช้เงินมหาศาลขาดทุนไปในโครงการจำนำข้าว การแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรแบบสองมาตรฐานนั้น ล้วนเกิดมาจากการไม่ชี้แจงและไม่เปิดข้อมูลอย่างโปร่งใสให้ตรวจสอบว่ารัฐบาลดำเนินการไปอย่างไร
แม้กระทั่งการแถลงผลงานของรัฐบาล ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่า รัฐบาลจะต้องแถลงผลงานต่อรัฐสภาหลังจากบริหารประเทศแล้ว 1 ปี แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจที่จะดำเนินการจนเกิดแรงกดดันมากขึ้น จึงจะยอมแถลงผลงานในวันที่ 24 ก.ย.นี้
แม้นายกฯ จะมอบหมายงานให้รองนายกฯ ไปดูแลแล้วก็ตาม แต่นายกฯ ก็มีหนี้ที่ติดตามผล เพื่อนำมาประเมินว่าทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ไม่ใช่มอบหมายแล้วก็ไม่ได้ตามงานจนกว่าจะมีรายงานกลับมา ความบกพร่องนี้หัวหน้ารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ ไม่อาจลอยตัวเหนือปัญหาไปได้
การตำหนิทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ไม่อาจทำให้ปัญหาหายไปได้ นอกจากผู้นำรัฐบาลจะลงมือทำให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลใส่ใจแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง







