posttoday
เปิดใจนพ.สมเกียรติ หัวหอกปฏิรูป สธ.ยุคประดิษฐ

เปิดใจนพ.สมเกียรติ หัวหอกปฏิรูป สธ.ยุคประดิษฐ

18 กันยายน 2556

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ร้อนตั้งแต่ยังไม่รับตำแหน่ง สำหรับเก้าอี้ของ นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) คนใหม่ ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแต่งตั้งเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังถูกกล่าวหาจากชมรมแพทย์ชนบทมาตลอดว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากมีความสนิทสนมกับ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข

จากที่เคยเป็นทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ เป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ จนได้รับตำแหน่งสูงสุดเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ คุณหมอสมเกียรติบอกว่า ความรู้จากงานวิจัยด้านการแพทย์ สามารถนำไปกำหนดนโยบายด้านสังคม หรือแม้แต่ทิศทางอุตสาหกรรมของประเทศได้ แต่ในแง่หนึ่งก็มีข้อจำกัด เพราะงานวิจัย ที่ถูกผลิตขึ้นส่วนใหญ่สร้างกันขึ้นมาเพื่อขอผลงาน วิชาการ ไม่ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ต่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงหลายครั้งหัวข้อวิจัยก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาจริงๆ ของสังคม ทำให้นำไปใช้วางแผนนโยบายสาธารณะ หรือไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ไม่ได้

ยุทธศาสตร์ในการพัฒนา สวรส. ในวาระ 3 ปีของคุณหมอสมเกียรติมี 4 ข้อ ได้แก่ 1.สนับสนุนการวิจัยที่มีความสำคัญต่อระบบสุขภาพ ตั้งแต่การสร้างและประสานจัดการองค์ความรู้เพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพของประเทศ 2.เสริมสร้างสมรรถนะนักวิจัยด้านสุขภาพ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3.พัฒนาระบบบริหารจัดการวิจัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัย และ 4.บริหารจัดการเพื่อนำผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ส่วนยุทธศาสตร์สำคัญใน 5 ปี ผลงานวิจัยจะถูกพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพมากขึ้น ด้วยเป้าหมายใหญ่คือทำอย่างไรให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น

คุณหมอสมเกียรติ ยอมรับว่า ได้รับ มอบหมายงานสำคัญจาก นพ.ประดิษฐ เพื่อนสนิท ให้ สวรส.มาช่วยสนับสนุนการปฏิรูประบบสาธารณสุขครั้งยิ่งใหญ่ โดยติดตามระบบเชิงวิชาการตั้งแต่การประเมินตัวชี้วัด การจัดการคนเงินของ ให้บริการประชาชนได้เต็มที่ ทำลายกำแพงเดิมๆ ที่เคยมีระหว่างนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลชุมชน เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนแทน หรือกล่าวกันง่ายๆ คือ ดูแลกันก่อนที่จะป่วย แต่ไม่ได้หมายความว่า สวรส.จะต้องไปรับใช้การเมือง เพียงแต่ผลิตงานวิจัยตามข้อเท็จจริง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะเอาไปใช้หรือไม่ก็แล้วแต่

ส่วนบทบาทของ สวรส.ที่เคยเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนกลุ่มแพทย์ชนบทกว่า 20 ปี จะถูกเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น นพ.สมเกียรติ ตอบว่า วันนี้พร้อม ที่จะเข้าไปคุยกับทุกฝ่าย แม้กระทั่งแพทย์ชนบท เพราะเชื่อว่าหากมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้สุขภาพของคนไทยทุกคนดีขึ้น ก็ไม่น่าใช่เรื่องยากในการปรับความเข้าใจกัน เพราะองค์กรตระกูล ส.ไม่ใช่ของใคร แต่มีเจ้านายคนเดียวคือประชาชน

อย่างไรก็ตาม นพ.สมเกียรติ ยังคงเห็นแย้งกับกลุ่มแพทย์ชนบท เพราะเขายังเชื่อว่าการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน หรือ P4P มีความจำเป็นในระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะในวันที่งบประมาณแผ่นดินถูกใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินเดือนบุคลากรมากกว่างบลงทุน และในวันที่แพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลยังคงเป็นอาชีพที่ขาดแคลน ซึ่งควรจะได้รับอนุมัติอัตรากำลังเพิ่มจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งขณะนี้ ก.พ.ก็ทำหนังสือมาถึงกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า หากต้องการอัตรากำลังเพิ่ม ก็ควรจะมีการเก็บคะแนนวัดผลที่ชัดเจน

ทั้งนี้ P4P จะเป็นคำตอบที่ดีมากกว่าการปล่อยให้จ่ายเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในอัตราที่สูงมากอย่างในทุกวันนี้และที่สำคัญคือ กรมบัญชีกลางที่เป็นเจ้าของเงินไม่ให้อีกแล้ว แต่ รมว.สาธารณสุข ก็หาทางออกที่ยั่งยืนโดยจัดสรรเม็ดเงินที่ก่อให้เกิดระบบจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานให้อยู่ในเงินค่าเหมาจ่ายรายหัว ก็ไม่รบกวนกรมบัญชีกลางเป็นปีๆ ปัญหา P4P อย่าถามเลยว่าใครได้อะไร เม็ดเงิน 7,0008,000 ล้านบาทต่อปี ต้องมีคำตอบว่าประชาชน (เจ้าของเงิน)ได้อะไร

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI