
ล้วงเบื้องลึก ปูพักยก ครม.สัญจร
โดย...ปริญญา ชูเลขา
โดย...ปริญญา ชูเลขา
น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เลื่อนการเดินทางประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ ที่ จ.ลพบุรี และภารกิจตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.อ่างทอง และสิงห์บุรี ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ทั้งๆ ที่มีการตระเตรียมงานกันไว้อย่างใหญ่โตต้องยุติลงกะทันหัน เนื่องจากนายกฯ ต้องการเข้าร่วมประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ คณะทำงานสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเตรียมแผนการลงพื้นที่ จ.อ่างทอง และสิงห์บุรี ซึ่งมีโปรแกรมลงพื้นที่หลายจุดในวันที่ 19 ก.ย.นี้
การตัดสินใจของนายกฯ เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองในสภาของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่อาจจะป่วนจนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ไม่ผ่านและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับม็อบชาวนาที่ประกาศจะไปล้อมสถานที่ประชุม ครม.สัญจร จ.ลพบุรี ที่ขู่เตรียมปิดถนนประท้วงเลียนแบบม็อบชาวสวนยางที่ภาคใต้
ระหว่างการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 17 ก.ย.วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลต่อนายกฯ ว่าไม่สามารถเลื่อนวันประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ออกไปได้ ที่สำคัญต้องมีรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ชี้แจงตลอดเวลา 2 วัน โดยเฉพาะ กิตติรัตน์ ณ นคร รองนายกฯ และ รมว.คลัง และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ดังนั้นการเดินทางไปกลับกรุงเทพฯลพบุรี ย่อมเป็นปัญหาและอุปสรรคในการชี้แจงต่อสภา
อีกเหตุผลอันสำคัญยิ่ง คือ รัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีหวั่นเกรงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าหนีประชุมสภา ไม่ให้ความสำคัญการพิจารณางบประมาณเงินกู้ที่นับว่าเป็นการกู้เงินก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จึงทำให้นายกฯ ถึงกับสอบถามข้อเท็จจริงจากรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ต้องเตรียมข้อมูลเพื่อชี้เเจงต่อที่ประชุมสภาเช่นกัน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงคมนาคม เป็นต้น ย่อมไม่สะดวกเช่นเดียวกับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ จะไปร่วมประชุม ครม. ที่ลพบุรี เช่นกัน
แน่นอนการเลื่อนการประชุม ครม.สัญจรย่อมมีผลกระทบค่าสูญเปล่าเกิดขึ้นตามมาโดยเฉพาะจังหวัดเจ้าภาพในฐานะเจ้ามือลงขันเตรียมงานเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม สถานที่พัก รวมถึงการประดับประดาตกแต่งทั่วเมืองต้อนรับผู้นำ ครม. เช่น จ.ลพบุรี ลงทุนจัดคาราวานและนิทรรศการ “เสน่ห์ผ้าไทย” อย่างหรูหราไฮโซ พร้อมกับขนร้านค้าร้านอาหารชื่อดังมาเพียบหวังเอาใจนายกรัฐมนตรี ที่ชื่นชอบสวมใส่ผ้าไหมไทย
ดังนั้น ระหว่างการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมาย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ ไปประสานกับผู้จัดงานเพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบเงินลงทุนจัดงานที่สูญเปล่าดังกล่าว รวมถึงประสานขอเลื่อนวาระการพิจารณาในพื้นที่กลุ่มจังหวัดให้กลับมาเสนอพิจารณาอีกครั้ง เพราะทราบดีว่าแต่ละจังหวัดคาดหวังจะผลักดันโครงการใหญ่ๆ ของตัวเองให้ ครม.สัญจร พิจารณาเห็นชอบ







