
คุมผู้ต้องหาฆ่าโชเฟอร์สิบล้อทำแผน
คุมผู้ต้องหาฆ่าคนขับสิบล้อปมเรื่องชู้สาวแต่อำพรางเป็นคดีชิงทรัพย์ไปชี้จุดทิ้งศพที่ปราจีนบุรี
คุมผู้ต้องหาฆ่าคนขับสิบล้อปมเรื่องชู้สาวแต่อำพรางเป็นคดีชิงทรัพย์ไปชี้จุดทิ้งศพที่ปราจีนบุรี
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ร่วมกันนำตัวนายศิวกร หรือเพลิน พรมด้วง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.613/2556 มาสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. จับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน (สายตาก-ลำปาง) หมู่ 4 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง
สืบเนื่องจากนายณรงค์ บุตรศรี ได้เดินทางเข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตัว นายสมพงษ์ บุตรศรี น้องชาย ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงบนรถบรรทุก บริเวณพื้นที่ แขวงบางบอน เขตบางบอน ในเขตท้องที่ สน.แสมดำ ก่อนที่จะนำร่างของนายสมพงษ์ ไปทิ้งระหว่างเส้นทางกรุงเทพ และจ.สระแก้ว โดยยังไม่ทราบว่านายสมพงษ์ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จากนั้นมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานขอความร่วมมือมาที่ บช.น. เพื่อหาเบาะแสและติดตามจับกุมตัวคนร้าย กระทั่งวันที่ 5 ก.ย. เวลา 19.00 น. ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. นำโดย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. สามารถจับกุมตัวนายศิวกร ได้ ซึ่งนายศิวกร ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือฆ่านายสมพงษ์ และนำศพไปทิ้งที่จ.ปราจีนบุรี
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา นส.เพชราภรณ์ หรือนุ้ย ธนาโชตเศรษฐกุล ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนางธนัช มงคลวรรณเลิศ เจ้าของบริษัท บางบอน 5 คอนกรีต จำกัด เพื่อสั่งซื้อเสาเข็ม โดยนัดหมายให้นายสมพงษ์ คนขับรถและนายจรูญ กิ่งกลาง ผู้ช่วยยกของ ขับรถบรรทุกสิบล้อ มีเครื่องทุ่นแรง (เครน) ป้ายทะเบียน 96-2853 กทม. นำสินค้าไปส่งให้กับลูกค้า 2 ราย ในวันที่ 10 ส.ค. หลังจากนั้นนางธนัชพร นายจ้าง ก็ไม่สามารถติดต่อลูกจ้างทั้งสองคนได้อีก
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวอีกว่า ต่อมาในวันที่ 14 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งหาเบาะแสจนพบว่ารถบรรทุก ป้ายทะเบียน 96-2853 กทม. ถูกจอดทิ้งไว้อยู่ที่บริเวณป่าห่างจากบ้านเรือนประชาชน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ สภ.ปางสีดา จ.ปราจีนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายจูรญ ซึ่งเดินทางและหายตัวไปพร้อมกับนายสมพงษ์ โดยนายจรูญ ให้การว่าได้หลบหนีมาจากการถูกคนร้ายกักขังเอาไว้ในรถกระบะ ส่วนนายสมพงษ์ถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว
“สวบสวนนายจรูญ ให้การว่าในวันที่ 10 ส.ค. ขณะที่เดินทางไปส่งของกับนายสมพงษ์ บริเวณถนนรางโพธิ์ แขวงบางบอน เขตบางบอน มีคนร้าย 2 คน ขึ้นมาบนรถบรรทุก และพูดข่มขู่ให้นายจรูญ ปีนข้ามไปยังที่ว่างด้านหลังคนขับระหว่างนั้นนายศิวกร และนายสมพงษ์ ได้มีปากเสียงกัน จากนั้นนายศิวกรได้ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ยิงไปที่ท้องของนายสมพงษ์ ก่อนนำร่างของนายสมพงษ์ ไปวางทิ้งไว้ที่วางเท้าด้านหน้า และขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.สระแก้ว เพื่อนำร่างของนายสมพงษ์ ไปทิ้งที่ข้างทาง โดยนายจรูญ ไม่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่ใด เนื่องจากถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้บังคับไว้ในรถกระบะสีขาว จากนั้นนายจรูญได้อาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอหลบหนีออกมาจากรถกระบะ ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าว และแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน” พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าว
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าผู้ต้องมีทั้งหมด 3 คน คือนายศิวกร น.ส.เพชราภรณ์ ซึ่งถูกจับกุมตัวแล้ว และนายต้น เจิมสุวรรณ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นทราบว่ามาจากเรื่องชู้สาว แต่ทำให้กลายเป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์ โดยหลังเกิดเหตุนายศิวกร ได้นำรถของนายสมพงษ์ ไปขายที่จ.สระแก้ว แต่เจ้าของร้านสังเกตเห็นความผิดปกติจึงไม่ได้รับซื้อไว้ ทำให้ต้องนำรถมาจอดทิ้งไว้ที่จ.ปราจีนบุรี ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายศิวกร ยังพบว่าเพิ่งจะพ้นโทษในคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ท้องที่ สน.หนองแขม
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้ปืน โดยใช้ยาพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือเสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจนั้น ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนหรือไม่มีเหตุอันสมควร หรือจำเป็นเร่งด่วน ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนจะนำตัวนายศิวกร เดินทางไปยัง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อชี้จุดที่อำพรางศพสมพงษ์ ต่อไป







