
จนแต้มแก้แพง
ทีมเศรษฐกิจมึนหามาตรการใหม่ไม่เจอพณ.ควัก200ล้านจัดธงฟ้าทั่วไทยยันไม่มีพ่อค้ารายใดขอขึ้นราคา
ทีมเศรษฐกิจมึนหามาตรการใหม่ไม่เจอพณ.ควัก200ล้านจัดธงฟ้าทั่วไทยยันไม่มีพ่อค้ารายใดขอขึ้นราคา
ครม.ไร้มาตรการดูแลค่าครองชีพ พาณิชย์อ้างไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอขึ้นราคา
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ว่า ที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องการดูแลค่าครองชีพของประชาชนเป็นกรณีพิเศษ เพราะกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลค่าครองชีพให้ประชาชนอยู่แล้ว
“ไม่ได้มีการหารือเจาะจงในเรื่องค่าครองชีพ มีการพูดกันบ้าง และวันนี้ก็ยังไม่มีกลุ่มผู้ผลิตสินค้ารายใดเสนอขอขึ้นราคาสินค้ามาให้กระทรวงพิจารณา ดังนั้นการดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพจึงใช้มาตรการทั่วไปที่มีอยู่ ไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติม” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่า การปรับเพิ่มราคาก๊าซแอลพีจีครัวเรือนและค่าไฟฟ้า ไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าและอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนการปรับเพิ่มค่าทางด่วนก็มีผลกระทบกับผู้ใช้รถยนต์บางส่วนเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็มีทางเลือกที่จะใช้ถนนปกติ และการเพิ่มค่าก๊าซแอลพีจีก็ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งขึ้นราคาแต่อย่างใด
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้จัดทำแผนดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท มาจัดงานธงฟ้าขายสินค้าราคาต่ำกว่าตลาดทั่วประเทศ 938 ครั้ง โดยจะเริ่มจัดงานตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556-ก.ย. 2557 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพสูง
ทั้งนี้ จะจัดงานระดับประเทศในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2 ครั้ง ระดับเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต จำนวน 50 ครั้ง ระดับภูมิภาค 8 ครั้ง และระดับอำเภอทั่วประเทศ 878 ครั้ง คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ 1,031 ล้านบาท
นอกจากแผนการจัดงานธงฟ้าแล้ว ในส่วนของการดูแลอาหารปรุงสำเร็จ จะมีการตรึงราคาอาหารจานด่วน โดยให้ร้านอาหารธงฟ้าในเขตกรุงเทพฯ 500 แห่ง จำหน่ายอาหารจานละ 2530 บาท โดยทางกรมการค้าภายในจะจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ในราคาถูกให้แก่ร้านอาหารธงฟ้า และขอความร่วมมือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่จัดรายการอาหารปรุงสำเร็จในราคา 3035 บาท
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวถึง กระแสสังคมที่มองว่าช่วงนี้ค่าครองชีพปรับเพิ่มขึ้นหลายรายการ ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาแอลพีจี และค่าทางด่วน นั้น ขอให้มองแยกกันคนละประเด็น โดยในส่วนที่กระทรวงพลังงานกำกับดูแล คือ ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)และราคาแอลพีจี นั้น ก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) ได้มาหารือถึงการปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดล่าสุด 7.08 สต.ต่อหน่วย แล้ว และเคยทักท้วงก่อนหน้านี้ถึงกาปรับลดค่าเอฟทีงวดพ.ค.ส.ค. ที่ปรับลดลงไป 6 สต.ต่อหน่วย ว่าควรจะชะลอปรับลดเพื่อนำมาเฉลี่ยลดค่าเอฟทีในช่วงปลายปี ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเรคกูเลเตอร์มีมติออกมาแล้วก็ต้องดำเนินการตามนั้น แต่ถ้าพิจารณาเทียบกับค่าเอฟทีงวดล่าสุดปรับขึ้น7 สต.ต่อหน่วย หักลบกับงวดก่อนหน้าที่ลดลงไป 6 สต.ต่อหน่วย ก็เท่ากับว่าค่าเอฟทีรวม 2 งวดปรับขึ้นเพียง 1 สต.ต่อหน่วยเท่านั้น







