
ม็อบประทุรัฐบาลปูมีแต่ทรุด
สัญญาณเริ่มไม่สู้ดีเมื่อเกษตรกรชาวสวนยางที่ออกมาปักหลักเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหายางพาราที่ตกต่ำเรื่อยมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
สัญญาณเริ่มไม่สู้ดีเมื่อเกษตรกรชาวสวนยางที่ออกมาปักหลักเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหายางพาราที่ตกต่ำเรื่อยมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมานั้น เริ่มยกระดับการชุมนุมและปะทุเพิ่มจำนวนขึ้นในหลายพื้นที่ ในขณะที่รัฐบาลไม่สนใจเข้าไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
สิบกว่าวันของการชุมนุมปิดถนน ทางรถไฟที่แยกควนหนองหงส์และแยกบ้านตาล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ไม่อาจผลักดันข้อเรียกร้องให้ราคายางอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 101 บาท จนเกษตรกรประกาศยกระดับชุมนุมคู่ขนานไปกับแนวร่วมหลายภูมิภาคที่เริ่มปรากฏตัว
เหตุการณ์เริ่มบานปลายและปะทุพร้อมกันหลายจุด โดยเวทีใหญ่เวลานี้ต้องให้น้ำหนักไปที่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง 14 จังหวัดหลายพันคน ที่มาปักหลักชุมนุมหน้าลานสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคออป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
ท่ามกลางบรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศปิดถนนสายเอเซีย และอีกหลายจุดในเส้นทางลงภาคใต้ จนการเดินทางใกล้เป็นอัมพาต และวางแผนเตรียมลุกคืบไปปิดสนามบินในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังคอยเฝ้าระวังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ อ.ชะอวด โดยตรง แต่ก็ถือเป็นแนวร่วมและเป็นกลุ่มก้อนเกษตรกรที่พลังเคลื่อนไหวกดดันเรียกร้องรัฐบาลเช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเกษตรกรสวนยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 200 คน นัดชุมนุมที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม กม.412413 อ.บางสะพาน อีกด้านหนึ่งเกษตรกรสวนยาง จ.ระยอง กว่าพันคนชุมนุมหน้าศูนย์ราชการ อ.เมือง พร้อมตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่ทำให้ราคายางตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีผิดแผนไปบ้างเมื่อทางแยกต่างระดับสีคิ้ว ถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กลับเงียบเหงา ไร้กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพื้นที่อีสานประกาศมารวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ทำให้น้ำหนักการเคลื่อนไหวลดพลังลงไปบ้าง
ดีเดย์วันนี้ ที่ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกฯ และ รมว.คลัง นัดตัวแทนชาวสวนยางเจรจานั้นก็ยากที่จะฝากความหวังคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้
เพราะล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติยืนยันตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรในระยะเร่งด่วนด้วยวงเงิน 5,628 ล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าปัจจัยการผลิตซึ่งโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้แก่เกษตรกรโดยตรง
ประเมินคร่าวๆ มีเกษตรกรที่ทำการเปิดกรีดยางแล้ว 9.8 แสนราย หรือ 80% จากเกษตรกรขึ้นทะเบียน 9.9 แสนราย ของผู้ปลูกยางทั้งประเทศ ซึ่งจะได้รับเงินตามกรอบเดิมคือ 1,260 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 10 ไร่ ส่วนจะขยายให้เกิน 10 ไร่ หรือไม่จะประชุมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 5 ก.ย.
ทว่าทางฝั่งเกษตรกรยังไม่พอใจกับข้อเสนอตรงนี้ พร้อมยืนยันจุดยืนในข้อเรียกร้องเดิมคือการพยุงราคายางแผ่นดิบรมควัน กก.ละ 101 บาท ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่เวทีการเจรจาจะสามารถหาข้อยุติให้กับปัญหาที่หมักหมมมายาวนานได้
อย่าลืมว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย คือท่าทีไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาของรัฐตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการทุ่มงบไปหลายหมื่นล้านบาท แต่ก็ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ราคาดีดตัวกลับมาอย่างที่คาดหวัง
ยิ่งรัฐบาลส่งสัญญาณไม่รับข้อเสนอเข้ามาช่วยแบกรับส่วนต่างราคายางที่เกษตรกรเรียกร้อง ยิ่งทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา 2 ปี ใช้งบไปหลายแสนล้านบาท ตอกย้ำการเลือกปฏิบัติ เมื่อล่าสุด ครม.ได้มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ทุ่มงบอีก 2.7 แสนล้านบาท กับโครงการรับจำนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี 2556/2557
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ำยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาทั้งหมดที่รัฐบาลต้องเผชิญ เมื่อเวลานี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่รอวันใกล้ปะทุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำที่เกษตรกร อ.แม่สอด จ.ตาก ออกมารวมตัวกันหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สอด เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มราคาประกันข้าวโพด จาก กก.ละ 3 บาท เป็น กก.ละ 56 บาท
ยังไม่รวมกับสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่ตกต่ำและไร้การเหลียวแลเอาใจใส่จากรัฐบาล ที่ล้วนแต่ตอกย้ำปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการดูแลราคาสินค้าเกษตร ซึ่งหากเกษตรกรพร้อมใจออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาในจังหวะเวลาเดียวกัน ย่อมส่งผลซ้ำเติมต่อเสถียรภาพของรัฐบาลที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤตปัญหาต่างๆ ในเวลานี้
ที่สำคัญเวลานี้คือเรื่องปัญหาปากท้อง ข้าวของราคาแพง ที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตกเสียที และวนเวียนออกมาเป็นปัญหาซ้ำๆ ในหลายช่วงตลอดการบริหาร 2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งกว่านั้นคือการไม่สนใจจะลงไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และโยนให้เป็นปัญหาข้อจำกัดด้านต่างๆ ที่เกินจะเข้าไปจัดการแก้ไข
ยิ่งกว่านั้นยังพยายามแก้ปัญหาด้วยปากมากกว่าลงมือทำ ทั้งการออกมาบอกว่าปัญหาของแพงเวลานี้เป็นเพียงแค่อุปทานที่รู้สึกกันไปเอง เมื่อข้อมูลตัวเลขดัชนีต่างๆ ที่ตัดตอนหยิบบางช่วงบางตอนมานำเสนอนั้นล้วนแต่ยืนยันว่าไม่ใช่สภาวะที่ผิดปกติแต่อย่างไร
ทั้งที่การขึ้นราคาก๊าซหุงต้มในจังหวะเวลานี้ย่อมพัวพันกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปถึงต้นทุนค่าครองชีพอื่นๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจนมีหลายฝ่ายประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะปรับลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ ในขณะที่มาตรการรับมือแก้ปัญหาจากรัฐบาลกลับไม่มีความชัดเจน
ปัญหารายล้อมที่รอวันปะทุเวลานี้ จึงล้วนแต่เกิดขึ้นจากความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารของรัฐบาลเอง ดังนั้นจึงย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะย้อนกลับมาหารัฐบาล







