posttoday
แก้ทั้งระบบ

แก้ทั้งระบบ

28 สิงหาคม 2556

ปัญหาคุณภาพบริการรถสาธารณะในประเทศไทย เป็นเหมือนมะเร็งที่เกาะกินและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้เสียภาษีมาเนิ่นนาน

ปัญหาคุณภาพบริการรถสาธารณะในประเทศไทย เป็นเหมือนมะเร็งที่เกาะกินและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้เสียภาษีมาเนิ่นนาน

ทั้งรถไฟ รถเมล์ รถตู้สาธารณะ เรือโดยสาร และแท็กซี่ ต่างพร้อมใจกันให้บริการในคุณภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาอย่างสม่ำเสมอ และที่น่าเศร้ายิ่งไปกว่านั้น คือ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถสะสางปัญหาที่สะสมยาวนานนี้ได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ จึงกลายเป็นโชคร้ายของประชาชนที่ต้องจำยอมก้มหน้ารับบริการไปตามมีตามเกิด

ปัญหาหลักๆ ของรถสาธารณะ คือ ปัญหาเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ และปัญหาสภาพพาหนะ เช่น รถเมล์เก่า โทรม อุปกรณ์ไม่ครบ ส่วนรถไฟนั้นก็เก่าทั้งตัวรถและระบบราง จนเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก บางกรณีที่เกิดขึ้นที่เดิม เช่น กรณีรถไฟตกรางที่ก่อนถึงถ้ำขุนตาลยิ่งตอกย้ำความเสื่อมโทรมของการรถไฟไทย ที่ต้องเร่งแก้ไข รอช้าไม่ได้

ปัญหาผู้โดยสารถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น รถตู้ที่บรรทุกเกินขนาดจนแออัด รวมถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร ที่บางครั้งเสี่ยงถูกประทุษร้ายและสูญเสียทรัพย์สินจากการกระทำของคนขับรถสาธารณะ อย่างกรณีรถแท็กซี่ที่ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวคราวครึกโครมอยู่หลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการจัดการแก้ไขอย่างเด็ดขาด ไม่เคยมีระบบคัดกรองพนักงานขับรถสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ทุกวันนี้ผู้โดยสารต้องเสี่ยงเอาเอง โชคดีก็รอดปลอดภัย โชคร้ายก็อาจต้องเจ็บตัว เสียทรัพย์ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้หลายคนสิ้นหวังกับบริการรถสาธารณะไปแล้ว

แม้ขณะนี้ รมว.คมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตระเวนลงพื้นที่สัมผัสปัญหาด้วยตนเอง ทั้งลองไปนั่งรถเมล์ โดยสารรถไฟ ลงเรือคลองแสนแสบ ติดตามดูปัญหารถตู้เถื่อน และรับฟังปัญหารถแท็กซี่ อีกทั้งเปิดหน้าเพจเฟซบุ๊กรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ พร้อมมีการสรุปแนวทางการแก้ปัญหาของบริการสาธารณะทั้งหลาย

แต่สิ่งที่ต้องสำคัญและจำเป็นที่สุด คือ การนำเอาแผนการแก้ไขปัญหาที่ได้ประกาศไว้มาลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง และทำให้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย ระยะเวลาที่ตั้งไว้ เช่น ภายใน 12 สัปดาห์สำหรับเรื่องเร่งด่วน

จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง หากกระทรวงคมนาคมสามารถยกระดับบริการขนส่งสาธารณะได้ อย่าปล่อยให้ประชาชนมีความหวัง แล้วต้องผิดหวังอย่างที่ผ่านๆ มา

ณะขึ้นมาได้ จริง ซึ่งการจะทำได้อย่างนั้น ต้องการการทำงานที่

ลงมือจริงในการแก้ไขปัญหา

ประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยการ

แม้ลปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และบางคนยอมอดยอมจนเพื่อมีรของตัวเองไว้ใช้สักคัน

แมลร

โดยสาร ต้องอาศัยครั้งถูกทำร้าย และ

หลังได้รับเรื่องร้องเรื่องรถซิ่งสภาพโทรม และพนักงงานขับรถทำผิดกฏจราจร บริการ โดยสารรถไฟ

คุณภาพการบริการต่ำกว่ามาตรฐานของหลาย การบริการที่ต่ำกว่าม น่าแปลกที่ไม่ว่าจะผ่

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมมือกับบริษัท ขนส่ง (บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกสำรวจรถตู้โดยสารสาธารณะที่ให้บริการในแต่ละเส้นทางว่ามีจำนวนเท่าไหร่ มีรถตู้โดยสารที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (ป้ายเหลือง) กี่คัน และมีรถตู้ที่จดทะเบียนเป็นรถส่วนบุคคล (ป้ายขาวตัวหนังสือสีดำหรือสีฟ้า) แต่นำมาให้บริการเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะหรือรถตู้เถื่อนกี่คัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาว่าควรจะมีการจดทะเบียนรถตู้โดยสารสาธารณะเพิ่มเติมหรือไม่ โดยจะเก็บรวมรวมรายละเอียดเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ที่ต้องการให้สำรวจจำนวนรถตู้เถื่อนในแต่ละเส้นทางว่ามีทั้งหมดเท่าไหร่ และจำนวนผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการมีมากน้อยขนาดไหน เพื่อดูจำนวนผู้ใช้บริการกับจำนวนรถตู้โดยสารที่มีอยู่ว่าสอดคล้องกันหรือไม่ หากพบว่าจำนวนผู้โดยสารมีมากกว่าจำนวนรถตู้โดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จนเป็นสาเหตุให้ผู้โดยสารต้องหันไปใช้บริการรถตู้เถื่อนก็ต้องพิจารณานำรถตู้เถื่อนเข้ามาสู่ระบบให้เพียงพอกับความต้องการ

นายจิรุตม์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จะจัดระเบียบรถตู้เถื่อนให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถควบคุม กำกับดูแลเรื่องของความปลอดภัยได้ เนื่องจากรถตู้โดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้อง จะมีความเข้มงวดกว่ารถตู้ส่วนบุคคลมาก เพราะจะต้องผ่านการฝึกอบรมถึง 3 วัน จะต้องมีการตรวจสภาพรถปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าว่ามีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามยังจะต้องติดตั้งระบบอาร์เอฟไอดีไว้บนรถเพื่อตรวจจับความเร็วในการให้บริการด้วย โดยปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ติดตั้งระบบอาร์เอฟไอดี ไว้ครอบคลุมในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบนทางด่วน ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ และทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์ไวย์) จึงสามารถควบคุมรถตู้โดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องได้ทั้งหมด หากคันไหนขับเกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะต้องถูกปรับตามกฎหมาย

“การนำรถตู้เถื่อนเข้ามาอยู่ในระบบคงไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด แต่จะเป็นการควบคุมรถตู้ให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”นายจิรุตม์ กล่าว

นายจิรุตม์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2556 กรมการขนส่งทางบก ได้จับกุมรถตู้เถื่อนไปแล้วประมาณ 2,500 ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นโทษปรับ และยังเข้มงวดกับการจับกุมรถตู้เถื่อนอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน