
ศาลอุทธรณ์จำคุกเสี่ยตลาดพงษ์เพชร3ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกเจ้าของตลาดพงษ์เพชรคดีปลอมตั๋วสัญญาใช้เงิน4ฉบับมูลค่ากว่า 1,315 ล้านบาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกเจ้าของตลาดพงษ์เพชรคดีปลอมตั๋วสัญญาใช้เงิน4ฉบับมูลค่ากว่า 1,315 ล้านบาท
ที่ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.2190/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนาย พงษ์ไพโรจน์ รัชตะทรัพย์ อายุ 66 ปี เจ้าของและผู้บริหารตลาดพงษ์เพชร เป็นจำเลย ในความผิดฐานปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม ตามฟ้องโจทก์ ระบุพฤติการณ์จำเลยสรุปว่าเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 40 จำเลยได้บังอาจปลอมตั๋วสัญญาใช้เงิน 4 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 1,315 ล้านบาท โดยปลอมลายมือชื่อบุคคลในครอบครัวรวม 6 คน เพื่อให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นตั๋วสัญญาที่แท้จริงที่ออกให้แก่ธนาคารแล้วจำเลยได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินไปเสนอขายสร้างความเสียหายแก่ธนาคารเหตุเกิดที่ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน
ต่อมาวันที่ 8 มิ.ย. 52 พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพในชั้นศาล คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิด ฐานใช้ตั๋วเงินปลอม ให้จำคุก 6 ปี โดยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 3 ปี ต่อมาจำเลยอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษด้วย
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลย ย่อมสร้างความเสียแก่ธนาคาร มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม พฤติการณ์แห่งคดีนับเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยจะเคยช่วยเหลือทางราชการโดยบริจาคเงินจำนวน 17 ล้านบาท และบริจาคที่ดิน 9 โฉนด ให้แก่กรุงเทพมหานคร ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรอการลงโทษให้ ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำเลยนั้นเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน







