
อุตฯก่อสร้างครึ่งปีหลังส่อแวววูบ
‘ค่าแรง-วัสดุ’พุ่งผู้บริโภคชะลอซื้อยอดขายนิคมร่วง
‘ค่าแรง-วัสดุ’พุ่งผู้บริโภคชะลอซื้อยอดขายนิคมร่วง
ต้นทุนวัสดุค่าแรงพุ่งฉุดอุตสาหกรรมก่อสร้างครึ่งปีหลังนี้ชะลอตัว ยอดขายนิคมฯ วูบ 20-30%
อุตสาหกรรมเริ่มถดถอยคาดครึ่งปีหลังยอดวูบ 20-30% ตามลงทุนชะลอ
นายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินทิศทางการก่อสร้างของภาคเอกชนในครึ่งปีหลังปีนี้คาดว่าโครงการใหม่ๆ จะชะลอตัวลง เนื่องจากรอดูความชัดเจนของเศรษฐกิจไทยหลังหลายหน่วยงานเศรษฐกิจลดเป้าการเติบโตเศรษฐกิจปีนี้ลง ประกอบกับต้นทุนก่อสร้างเริ่มสูงทั้งจากค่าแรงและราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ เริ่มทยอยปรับขึ้น
“ภาคก่อสร้างขณะนี้มีต้นทุนสูงขึ้นทั้งค่าแรงและล่าสุดราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ เริ่มปรับราคา เช่น ปูนซีเมนต์ และเร็วๆ นี้มีแนวโน้มว่าเหล็กจะปรับราคาอีก ขณะที่แรงซื้อคนไทยเริ่มลดต่ำมาก จึงทำให้คาดว่าโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดคงจะชะลอตัวไปและดูทิศทางลงทุนจากรัฐเป็นหลัก อย่างโครงการเมกะโปรเจกต์ 2 ล้านล้านบาท ส่วนโครงการที่วางแผนไว้แล้วก็ต้องเดินหน้าซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานแต่ภาพรวมทั้งปีของปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย” นายจักรพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม สถาบันฯ ยังคงประมาณการว่าการลงทุนรวมในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทยจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยโครงการที่วางแผนไว้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ แต่อาจจะล่าช้าไปบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานแต่ภาพรวมทั้งปีของปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย
แหล่งข่าวจากสมาคมนิคมอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมการซื้อขายนิคมอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะลดลงจากครึ่งปีแรก20-30% เนื่องจากขณะนี้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน เพื่อดูทิศทางหลังจากที่เศรษฐกิจประเทศมีทิศทางปรับตัวลดต่ำลงโดยเฉพาะแรงซื้อของคนไทยที่ไม่ดีขึ้นนัก ประกอบกับการส่งออกไปยังตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรจะเป็น
“การขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของเอกชนมีสัญญาณเริ่มชะลอตัวลงแล้วโดยนักลงทุนที่เคยมาดูๆ ยังไม่ตัดสินใจและขอชะลอไว้ก่อนบางส่วนทำให้ยอดขายช่วงนี้แทบไม่ขยับ แต่เชื่อว่าภาพรวมการลงทุนยังคงมีเข้ามาไทยต่อเนื่อง เพราะการลงทุนภาคการผลิตจะต้องมองเศรษฐกิจไปข้างหน้า 35 ปี” แหล่งข่าวกล่าว
นายจักรพร กล่าวว่า สถาบันฯกำลังเร่งกำหนดมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพของวิสาหกิจก่อสร้างและมาตรฐานบุคคลากรในงานก่อสร้างซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จโดยหลังจากนั้นจะมีการเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมมาตรฐานกับสถาบันซึ่งมีเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี)เพื่อที่จะกำหนดเป็นบัญชีรายชื่อ(List ) จัดลำดับความถนัดของงาน เช่น ก่อสร้างบ้าน อาคาร คอนโดมิเนียน ถนน ฯลฯ ขึ้นเว็บต์ไซต์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงติดต่อกับผู้บริโภคซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาผู้รับเหมาไม่มีมาตรฐานและหายากให้กับประชาชนโดยตรง โดยคาดว่าจะสามารถลงรายชื่อให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปี 2557







