
เอกชนผวาถูกลดเครดิต
“ซีพี” หวั่นการเมืองทำเครดิตประเทศลด ส่งผลต้นทุนการเงินเอกชนพุ่ง
“ซีพี” หวั่นการเมืองทำเครดิตประเทศลด ส่งผลต้นทุนการเงินเอกชนพุ่ง
นายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า กังวลต้นทุนทางการเงินภาคเอกชนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2556 ถึงต้นปี 2557 หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีปัญหา ส่งผลให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ที่จะเข้ามาเก็บข้อมูลด้านต่างๆ ของประเทศ อาจนำข้อมูลด้านการเมืองเข้าไปพิจารณาและมีการลดเครดิตของไทยลง
“หากเครดิตถูกลด ต้นทุนทางการเงินของไทยพุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะบริษัทที่กู้เงินกับต่างประเทศเพื่อการลงทุน อย่างซีพีก็หนีไม่พ้น ดังนั้นรัฐบาล นักการเมืองต้องหยุดใช้สติ เพราะขณะนี้นักการเมืองพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่สั่งสมกันมานาน” นายสารสิน กล่าว
นายสารสิน กล่าวว่า การเมืองปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกับการค้าโดยที่ภาคเอกชนเลี่ยงไม่ได้ เช่น เรื่องของการค้าข้าว ที่ก่อนหน้านี้ข้าวไทยในสายตาของตลาดต่างประเทศถือว่าเป็นข้าวมีคุณภาพ แต่ขณะนี้ข้าวไทยมีปัญหา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่านักการเมืองเป็นคนทำ
นอกจากนี้ ปัญหาการเมืองยังส่งผลให้เอกชนย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ไม่มีปัญหาทางการเมืองเพื่อความอยู่รอด โดยการย้ายฐานการผลิตเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะผู้ประกอบการเห็นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสนใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศอย่างแท้จริง
นายสารสิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังดีขึ้น เพราะยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น แต่นักการเมืองบอกว่าไม่สูง ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง เพราะหากไปถามประชาชนคนที่เป็นหนี้ทุกคน จะบอกว่าตอนนี้มีหนี้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลยังพยายามซื้อใจประชาชนโดยใช้โครงการประชานิยม ทำให้ไม่มีความชัดเจนของนโยบาย เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวให้ขยายตัวได้อย่างยั่งยืน







