posttoday
ยางตก เลือดออก ทุบม็อบเจ็บร่วมร้อย

ยางตก เลือดออก ทุบม็อบเจ็บร่วมร้อย

24 สิงหาคม 2556

เส้นตาย 15 วัน ที่กลุ่มเกษตรกรสวนยางและสวนปาล์ม จ.นครศรีธรรมราช ยื่นคำขาดให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ

เส้นตาย 15 วัน ที่กลุ่มเกษตรกรสวนยางและสวนปาล์ม จ.นครศรีธรรมราช ยื่นคำขาดให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ กลายเป็นเหตุการณ์รุนแรง ตำรวจนับพันนายยกกำลังสลายกลุ่มเกษตรกรนับพันคนที่ปักหลักปิดถนนเอเชียสาย 41 บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 23 ส.ค. เหตุการณ์บานปลายจนถึงช่วงเย็น ทั้งฝ่ายตำรวจและกลุ่มเกษตรกรบาดเจ็บกันไปหลายสิบคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ อ.ชะอวด และจาก จ.พัทลุง นับพันคนได้รวมตัวกันปิดถนนจุดเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง การเจรจากับ วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) นครศรีธรรมราช และวิทยา แก้วภราดัย สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับปากว่าขอเวลาประสานไปยังรัฐบาล 15 วันเพื่อแก้ปัญหา กลุ่มเกษตรกรจึงสลายตัวยกเลิกการปิดถนน

ราคายางพาราตกต่ำเกิดขึ้นมากว่า 2 ปีแล้ว จากที่เคยขายได้ กก.ละเกือบ 200 บาท ปัจจุบันตกลงเหลือ กก.ละไม่ถึง 100 บาท ก่อปัญหาแก่ชาวสวนยางทั่วประเทศ ซึ่งมีการรวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือมาโดยตลอด

ครบกำหนด 15 วัน ยังไม่มีสัญญาณจากกลุ่มเกษตรกร แต่เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ เมืองนครฯ ก็ได้ออกมาขอร้องว่า หากจะมีการชุมนุมก็ขออย่าให้มีการปิดถนน เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงราคายาง กก.ละ 101 บาท ตามที่เกษตรกรเรียกร้อง เพราะคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีมาตรการชัดเจนแล้วว่าจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ส่งเสริมเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ให้สถาบันเกษตรกร แปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมีมาตรการออกมา

ช่วงเช้าวันที่ 23 ส.ค. กลุ่มเกษตรกรกว่า 600 คน เป็นชุดแรกที่รวมตัวกันปิดถนนบริเวณถนนเอเชียสาย 41 เส้นทางลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องแนะนำให้ประชาชนใช้ทางเลี่ยง ไปทางแยกไม้เสียบ ถนนสาย 403 และตัดเข้าสาย 41 ในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช แทน

15.00 น. วิโรจน์ และ พล.ต.ต.รณพงษ์ นำกำลังปราบจลาจลกว่า 1,000 นาย เข้าพื้นที่ ผู้ชุมนุมได้ขว้างปาก้อนอิฐก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่อย่างชุลมุน ตำรวจสามารถรื้อเต็นท์ออกไปจากถนนได้ แต่เหตุการณ์ยังไม่ยุติ ผู้ชุมนุมได้ขว้างปาไปยังรถกระจายเสียงที่วิโรจน์ และ พล.ต.ต.รณพงษ์ บัญชาการอยู่ จนต้องรีบนำรถออกจากจุดเกิดเหตุ

สถานการณ์หลังจากนั้นตึงเครียดอย่างหนัก มีเกษตรกรชาวสวนยางเข้ามาสมทบเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,000 คน และได้ยึดถนนกลับคืนมา ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ขู่ว่าจะใช้แก๊สน้ำตา

ช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียดที่สุด วิทยาก็นำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในสภาผู้แทนราษฎร

“เพราะตำรวจปิดกั้นก่อน ไปรวบเต็นท์ และกล่องเงินบริจาค ชาวบ้านถูกจับไป 12 คน บาดเจ็บยังเช็กจำนวนไม่ได้ รองผู้การที่บาดเจ็บก็เป็นลูกเขยนครฯ พ่อตาทำสวนยาง ตำรวจก็คนในพื้นที่เจ็บร่วม 40 นาย ได้เตือนผู้การ ตำรวจไปแล้ว ผู้การก็อ้างว่าผู้ว่าฯ สั่ง ผู้ว่าฯ ผู้การ ไม่รู้จักชาวบ้านที่นั่นดีเท่าผม ผมขอไปหารือกับนายกฯ เพราะผมรู้เรื่องจริง” วิทยา กล่าว

ด้าน วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็รับว่าข้อมูลของวิทยาอาจไม่ตรงกัน เพราะได้รับรายงานว่า เมื่อตำรวจไปเจรจาก็มีการเปิดถนนระยะหนึ่ง ต่อมาปิดถนนใหม่ และมีการปะทะขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ถอยจากจุดปะทะ จะไม่มีการสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน และขอให้วิทยาร่วมหารือเพื่อหาทางออก

ขณะเดียวกัน เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นและปิดถนนอีกรอบ ผวจ.นครศรีธรรมราช ถึงกับเปรยว่า น่าจะเอาไม่อยู่แล้ว และสั่งถอนกำลังตำรวจออกมา โดยจะประสาน สส.ในพื้นที่เพื่อเจรจากับชาวบ้านอีกครั้ง

เพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) กล่าวว่า เพราะผลจากที่รัฐบาลไม่จริงใจ ไม่เร่งนำมติของ กนย. เข้า ครม.เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน มีปัญหาสต๊อกยางพาราในโกดังอีก 2 แสนตัน คาดว่าจะเกิดม็อบเช่นนี้เกิดขึ้นในอีกหลายจังหวัด

ต้องติดตามว่าท่าทีการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ไม่ตรงกับความต้องการของเกษตรกรจะทำให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่ ขณะที่ปัญหาซึ่งเกิดขึ้นกับเกษตรกรสวนยางภาคใต้ ฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้ขยายส่งผลกระทบถึงการเมืองใหญ่ในระดับชาติหรือไม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน