
หลักสูตรใหม่ของเด็กไทย
ถ้าไม่ยืดเยื้อนัก เข้าใจว่าเราอาจได้เห็นโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการไทยในสิ้นปีนี้
ถ้าไม่ยืดเยื้อนัก เข้าใจว่าเราอาจได้เห็นโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการไทยในสิ้นปีนี้
ผมพลิกดูคร่าวๆ แล้ว ยอมรับว่า...เข้าท่า...อย่างน้อยโครงสร้างหลักสูตรแนวใหม่รอบนี้ดูจะสอดคล้องกับโจทย์จริงของชีวิตผู้เรียนปัจจุบันดีขึ้น
สรุปความว่า แยกออกเป็น 8 กลุ่มความรู้
1.กลุ่มภาษาและวัฒนธรรม มุ่งให้ผู้เรียนเข้า ถึงความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาไทยให้แม่น ภาษา ต่างประเทศให้คล่อง ทั้งยังมีภาษาให้เลือกเรียนได้ กว้างขึ้นกว่าเฉพาะภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาจีน ภาษา ในอาเซียน อาระบิก รัสเซีย ญี่ปุ่น (ยังคงมีฝรั่งเศส เยอรมนีอยู่ด้วย) และเรียนเรื่องความเป็นไทย วัฒนธรรมโลก วัฒนธรรมไทย
น่าติดตามทีเดียวว่าวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยในหลักสูตรนี้จะปรับปรุงได้มากขนาดไหน เสน่ห์ไทยวันนี้อยู่กับเรื่องอะไร จุดแข็งจุดด้อยของพฤติกรรมระดับสังคมไทยใหม่คืออะไร และผู้ใหญ่กล้ายอมรับว่าหลายเรื่องเลวร้ายลง เพราะผู้ใหญ่กันเองหรือไม่เพียงใด
2.กลุ่มวิทย์ คณิต และเทคโนโลยี ซึ่งมีคณิตศาสตร์และคณิตศาสตร์ประยุกต์ทั้งหลายแล้ว ก็สอนให้เข้าใจสถิติเบื้องต้น ซึ่งน่าจะช่วยให้เปรียบเทียบอะไรกับอะไรได้คล่องขึ้น แน่นอนว่า (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะยังอยู่) มีสมุทรศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี ติดเข้ามาในสาระเนื้อหาใหม่ด้วย ผมโตมาจากการเรียนสายศิลป์ แต่ก็ตระหนักครับว่าความรู้ทั่วไปจากสายวิทย์เป็นประโยชน์มากทีเดียว
3.กลุ่มทักษะชีวิตและการทำงาน (อาชีพ) เช่น โลกเกษตรกรรม นวัตกรรม เศรษฐกิจธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการ เพศศึกษา ชีวิตกับกฎหมาย ระบบสุขภาพ ที่ผมชอบคือวิชาคหกรรม ผู้เรียนจะได้ดูแลบ้าน ดูแลทำกับข้าวกับปลาให้ตัวเองเป็น เพราะอนาคตของคนไทยจะต้องใช้เศรษฐศาสตร์ภาคการบริบาลอีกแยะ ทั้งบริบาลตัวเองและบริบาลผู้อื่นที่ยังต้องอาศัยการพึ่งพาทักษะนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยตนเองและผู้อื่นได้มากกว่ากดไลค์เฉยๆ หรือเอะอะก็บริจาคอย่างเดียว
4.กลุ่มทักษะสื่อและการสื่อสาร คือ ให้ผู้เรียนได้คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์ชั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ คุ้นกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งจะยังสอนให้เท่าทันสาระและมายาจากสื่อ รู้จักเท่าทันชีวิตในโลกเสมือน เพื่อจะได้ไม่หลงใหลเสพติดมันจนลืมชีวิตจริง รวมทั้งรู้ว่าสื่อเป็นเครื่องมือช่วยเหลือที่สำคัญยิ่งในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5.กลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์ คือ ให้เรียนด้วยการเข้าถึงกีฬา ดนตรี ศิลปะ ประชาธิปไตย จริยธรรม ศีลธรรม ศาสนา ปรัชญา ชีวิตและตรรกะ ชีวิตกับการศึกษา ซึ่งการศึกษาตลอดชีพจะสำคัญขึ้นอย่างยิ่ง
6.กลุ่มวิชาอาเซียน ภูมิภาคและโลก เพื่อให้เรียนรู้ความสัมพันธ์และความเป็นไปของโลกสากล ของภูมิภาค ของเพื่อนบ้าน ของอาเซียน เข้าใจประวัติศาสตร์ เข้าใจพัฒนาการสากล เพราะรั้วรอบขอบแดนมันเตี้ยลงทุกที
ใช้ได้ทีเดียว และเชื่อว่าหลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นอีก ถ้าใส่ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคมเมือง เพราะอนาคตมนุษย์ส่วนมากจะกระจุกอยู่ในเขตเมือง
ถ้าไม่เตรียมปรับตัวปรับใจ ปรับความรู้ ทักษะ ให้อยู่ร่วมกันให้ได้ในพื้นที่แคบๆ แต่มีความหลากหลายทางสังคมมาก ทำให้ต้องเข้าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้ง พร้อมรับมือกับความแตกต่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เห็นประเด็นและวิธีต่อสู้กับปัญหามลพิษ ปัญหาความเสื่อมโทรมของวงจรนิเวศ พิษภัยสารเคมีในชีวิตประจำวัน ซึ่งน่าจะเป็นสาระที่ควรนิเทศผ่านครูและสื่อท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ให้สม่ำเสมอ
โลกในอนาคตต้องใช้ความรู้วิชาการและสหวิทยาการเข้มข้น การศึกษาจำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องเพิ่มทักษะให้เรียนรู้ต่อได้เองมาก หรือ Learner learn how to learn more
ยากที่สุด เห็นจะเป็นตอนที่จะสร้างและเสริมครูในพื้นที่ต่างๆ ให้เป็น Teacher who learnt and turn into practice คือครูที่เปิดใจรับรู้ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เข้าใจมัน รู้จักควบคุมจัดการชีวิตตัวเองให้เป็นแบบอย่าง แล้วจึงไปสอน
ขอเป็นกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรครั้งนี้ ครับ...







