
ปิดปากแก้รธน.ด่าลั่นสภาอัปยศ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.ในวาระที่ 2 ภายหลังคณะกรรมาธิการที่มี “สามารถ แก้วมีชัย” สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้เกิดความวุ่นวายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย โดยตลอดวันที่ 20 ส.ค. การประชุมเป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของ “สมศักดิ์” ในฐานะประธานรัฐสภากว่า 10 ชั่วโมง ส่งผลให้ต้องพักการประชุมถึง 5 ครั้ง
ปมความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อทาง “สามารถ” ในฐานะประธานฯ เสนอตัดสิทธิไม่ให้ผู้เสนอคำแปรญัตติอภิปราย 57 คน จากทั้งหมด 202 คน โดยอ้างว่าแปรญัตติขัดหลักการ แต่ฝ่ายค้านไม่ยินยอมและใช้สิทธิประท้วง แต่ถูก “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานรัฐสภา ตัดบท อ้างต้องยึดตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ขอมติจากที่ประชุม ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 339 ต่อ 15 คะแนน เห็นว่าการเสนอคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาจำนวน 57 คน ขัดกับข้อบังคับการประชุม
เรื่องไม่ได้จบลงที่การลงมติเมื่อ สส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานรัฐสภาอย่างรุนแรง และส่งเสียงโห่เป็นระยะ ในขณะที่ “สมศักดิ์” พยายามจะเดินหน้าประชุมตามข้อบังคับแต่ถูกฝ่ายค้านโห่ จน “สมศักดิ์” นำค้อนมาทุบ 3 ครั้ง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าเชิญฝ่ายค้านออกนอกห้องประชุม
“ให้เจ้าหน้าที่รัฐสภาดำเนินการเชิญ สส.ที่ไม่นั่งลงออกจากห้องประชุม ถ้าเห็นแล้วไม่ดำเนินการให้ถือว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน” ประธานรัฐสภา กล่าวเสียงแข็ง
ทันทีที่คำประกาศดังกล่าวออกไปยิ่งทำให้บรรยากาศมีความตึงเครียดมากขึ้น โดยพบว่ามี สส.พรรคประชาธิปัตย์กระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา พร้อมกับมีเสียงหวีดร้องของ สส.หญิงดังลั่นห้องประชุม ทำให้บรรยากาศในสภาเต็มไปด้วยความโกลาหล ซึ่งสุดท้าย “สมศักดิ์” ต้องสั่งพักการประชุม
ขณะเดียวกัน ปรากฏว่าตำรวจปราบจลาจลได้รับคำสั่งได้เดินมาตั้งแถวรักษาความปลอดภัยด้านหน้ารัฐสภา จนทำให้ฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจ เพราะถือเป็นการคุกคาม พร้อมทวงถามหาความรับผิดชอบจากประธานฯ
ทั้งนี้ “สมศักดิ์” พยายามชี้แจงว่าเป็นการประสานงานไปยังตำรวจผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภาเพื่อเข้ามาดูแลหน้ารัฐสภา ภายหลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภาเกือบทั้งหมดต้องเข้ามาดูแลความสงบในห้องประชุม และหากใครต้องการตรวจสอบก็ขอให้ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาได้ ทว่าคำชี้แจงของประธานรัฐสภากลับไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น มีเสียงโห่เป็นระยะๆ พร้อมส่งเสียงด่า สภาทาส สภาอัปยศ จน “สมศักดิ์” ต้องสั่งเจ้าหน้าที่มายืนล้อมตัวเองไว้ ก่อนที่จะพักการประชุมไปอีกครั้ง
หลังจากพักการประชุมบรรยากาศยังคงตึงเครียดแม้จะเปลี่ยนให้ “นิคม ไวยรัชพานิช” รองประธานรัฐสภา มาทำหน้าที่แทน ซึ่ง “นิคม” พยายามจะเดินหน้าการพิจารณา ในขณะที่ฝ่ายค้านยังคงประท้วงไม่เห็นด้วย พร้อมออกมายืนหน้าบัลลังก์สภา พร้อมตะโกนด่า “นิคม” จนเกิดความโกลาหล ท้ายที่สุดมีการเสนอให้เลื่อนการประชุมออกไปพิจารณากันในวันที่ 21 ส.ค.







