
ฝ่ายค้าน-รัฐบาลประสานเสียงปกป้องเสรีภาพสื่อมวลชน
ความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงปืนและแขวนระเบิดลูกเกลี้ยง วีซี 10 ข่มขู่หน้าบ้านพักของ ภัทระ คำพิทักษ์
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงปืนและแขวนระเบิดลูกเกลี้ยง วีซี 10 ข่มขู่หน้าบ้านพักของ ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดีอย่างเร็วที่สุด
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง
มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เร่งรัดคดี เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวแน่ชัดว่าเป็นการคุกคาม และเป็นไปได้สูงที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อมวลชนของภัทระ โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง
“เมื่อถึงยุคมืดการคุกคามสื่อจะกลับมา จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนว่าจะใช้อำนาจในทางที่ผิดไม่ได้” มัลลิกา ระบุ
รองโฆษกพรรครายนี้ ระบุอีกว่า ที่ผ่านมามีการคุกคามสื่อหลากหลาย ทั้งเฉลิมชัย ยอดมาลัย คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์แนวหน้า กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวเครือเนชั่น สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวช่อง 7
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมการคุกคามถอดละครเหนือเมฆ 2 ทางช่อง 3 หรือแม้แต่ถอดรายการทางช่อง 11 ที่เคยเดินทางไปออกอากาศด้วย ซึ่งทุกกรณีไม่มีความคืบหน้าใดๆ
“ทั้งหมดเกิดจากการปิดหู ปิดตา ปิดปาก ไม่ให้วิจารณ์นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล จนเลยเถิดมาถึงกรณีโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทางพรรคเห็นว่าการทำงานของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์เป็นการตรวจสอบที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม” มัลลิกา กล่าว
ด้านท่าทีจากรัฐบาล ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน
“ที่ผ่านมาสังคมก็คงเห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิดเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน และไม่เคยปิดกั้นเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล” เธอระบุ
รองโฆษกรัฐบาล ยืนยันอีกว่า รัฐบาลมีความห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และได้ติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่
ด้านความคืบหน้าคดี เมื่อช่วงเช้าวานนี้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายังบ้านพักที่ จ.นนทบุรี เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยสั่งการให้ตำรวจในท้องที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด และสั่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบวิถีกระสุน
“คนร้ายน่าจะเป็นคนพื้นที่ เพราะรู้ทางเข้าออกเป็นอย่างดี” รอง ผบ.ตร.สันนิษฐาน
ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ลงพื้นที่หาข่าวและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวทุกตัว พร้อมทั้งส่งลูกระเบิดที่คนร้ายนำมาแขวนให้กับกองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายนิ้วมือแฝงต่อไป
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) ให้รายละเอียดว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงเข้าไปในบ้านพักของภัทระ เป็นขนาด .38 รีวอลเวอร์
“ส่วนวัตถุระเบิดให้เก็บมาดูลายนิ้วมือแฝง และตรวจดีเอ็นเอต่อไป” พล.ต.ต.ธนายุตม์ ระบุ
ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ระบุอีกว่า ได้สอบปากคำพยานบริเวณใกล้เคียงแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิดตั้งแต่ปากซอย เพื่อหารถที่ใช้ก่อเหตุและตำหนิรูปพรรณผู้ต้องสงสัย
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยเฉพาะหน้า พล.ต.ต.ธนายุตม์ ได้ตั้งตู้แดงและสั่งให้สายตรวจมาดูแลความเรียบร้อยทุก 1 ชั่วโมง จัดชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบซุ่มดูข้างทาง เดินกล้องวงจรปิดทุกแห่งทั้งร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมัน และจะมีการตั้งด่านเพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่







