
หน้ากากขาวฟ้องธาริตดูหมิ่นสถาบัน
กลุ่มหน้ากากขาวชุมนุมดีเอสไอประท้วง "ธาริต"ระบุนายกฯเป็นประมุขประเทศ ลั่นเดินหน้าฟ้องดำเนินคดีหมิ่นสถาบัน
กลุ่มหน้ากากขาวชุมนุมดีเอสไอประท้วง "ธาริต"ระบุนายกฯเป็นประมุขประเทศ ลั่นเดินหน้าฟ้องดำเนินคดีหมิ่นสถาบัน
กลุ่มเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง3 สถาบัน นำโดยนายบวร ยสินทร แกนนำกลุ่มราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ากากขาวกว่า 50 คน ประท้วงหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เนื่องจากไม่พอใจ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าว รับคดีตัดต่อภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คู่กับป้ายอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นคดีพิเศษ โดยระบุเหตุผลว่า เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นประมุข ฝ่ายบริหาร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นายบวร ได้อ่านหนังสือเปิดผนึกกล่าวโทษนายธาริต ว่ากรณีที่นายธาริตแถลงจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการตัดต่อและเผยแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสมต่อนายกรัฐมนตรี และมีการใช้ถ้อยคำให้เหตุผลความจำเป็นที่ดีเอสไอต้องดำเนินคดีนี้ว่า "ดีเอสไอ ไม่ได้รับใช้การเมือง แต่ว่าประมุขของประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรีถูกกระทำอย่างนี้ และเป็นความผิดที่ดีเอสไอ รับผิดชอบ จึงต้องดำเนินการ" นั้น เป็นถ้อยคำที่บิดเบือนและสร้างความเสียหายต่อประเทศ อันเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายความมั่นคงของชาติ เพราะประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข องค์พระมหากษัตริย์จะถูกผู้ใดละเมิดมิได้
ดังนั้น นายธาริต จึงกระทำผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 นอกจากนี้นายธาริตเป็นข้าราชการระดับสูงเกี่ยวกับคดีความมั่นคงมานานได้รับพระมหากรุณาธิคุณจนได้รับโปรดเกล้าฯเป็นถึงอธิบดีดีเอสไอ การก้าวล่วงเกินองค์ประมุขเช่นนี้ไม่มีเหตุผลควรเชื้อได้ว่า เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล้อ เพราแม้มีผู้ทักท้วงมากมายแล้วแต่นายธาริตก็เพิกเฉยที่จะชี้แจง ทั้งนี้แม้จะเป็นโดยประมาทเลินเล้อความผิดนี้ก็มิอาจยอมความกันได้ ประกอบกับพฤติกรรมของนายธาริต ที่ผ่านมามักไม่ใส่ใจกับคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์เท่าที่ควร จนมีผู้กระทำผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มากมาย จึงเป็นข้อสงสัยในความจงรักภักดีของนายธาริตมาโดยตลอด
“ผมและประชาชนผู้มีความจงรักภักดี จึงจะเดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อกล่าวโทษนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และในฐานะผู้มีส่วนเสียกับคำพูดของนายธาริต โดยขอให้พักราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อนายธาริต” นายบวร กล่าว
นอกจากนี้ นายบวรจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้บังคับบัญชา ให้พักราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อนายธาริต. รวมทั้งจะยื่นหนังสือต่อพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินคดีต่อนายธาริต ในความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112และ จะยื่นหนังสือกล่าวโทษนายธาริต ต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งถือว่ามีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และในฐานะมีส่วนได้ส่วนเสียกับคำพูดของนายธาริตด้วย
ทั้งนี้หากนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง จะสะท้อนให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี มีความประสงค์เช่นเดียวกับนายธาริต ก็จะดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องในความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
ขณะที่การรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง จำนวน 30 นาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำดีเอสไอ ดูแลความเรียบร้อยภายในอาคารและบริเวณโดยรอบดีเอสไอ







