
ช่วยชาวนาจนเท่านั้น
โครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/2557 ซึ่งรัฐบาลกำลังหาทางออกในเรื่องของงบประมาณที่จะใช้รับจำนำข้าวไม่ให้เกินกรอบวงเงินที่ตั้งไว้
โครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/2557 ซึ่งรัฐบาลกำลังหาทางออกในเรื่องของงบประมาณที่จะใช้รับจำนำข้าวไม่ให้เกินกรอบวงเงินที่ตั้งไว้ โดยปัญหาอยู่ที่การรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า เพราะเป็นผลผลิตส่วนใหญ่ 80% ของผลผลิตข้าวทั้งหมดปีละ 28-30 ล้านตันข้าวเปลือก
ข้อสรุปที่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มชาวนา ซึ่งมีอยู่ 2-3 แนวทาง
แนวทางแรก คือ รับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท แต่จำกัดสิทธิการรับจำนำเหลือแค่ 1 รอบ จากปกติที่ข้าวหนึ่งฤดูกาลจะออก 2 รอบ คือ นาปีและนาปรัง
แนวทางที่สอง หากต้องการให้รัฐบาลจำนำ 2 รอบ ต้องปรับลดราคาจำนำลดลงมาเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท เพื่อไม่ให้กระทบกับวินัยการคลัง ซึ่งแต่ละปีควรใช้งบประมาณในการรับจำนำข้าวไม่เกิน 3 แสนล้านบาท และขาดทุนไม่เกินกรอบ 8 หมื่นล้าน1 แสนล้านบาท
ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกแนวทางไหน หรืออาจมีแนวทางอื่นๆ ตามมา ก็จะกระทบกับชาวนารายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐบาลควรจะช่วยเหลือมากที่สุด เพราะข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เก็บข้อมูลพบว่า ชาวนาส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นรายย่อย ซึ่งมีประมาณ 80-90% สามารถปลูกข้าวและนำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการจำนำได้เงินไม่เกินครอบครัวละ 3-4 แสนบาท
ขณะที่ชาวนาที่ปลูกข้าวได้เกิน 5 แสนบาทต่อครัวเรือน เป็นชาวนารายใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือเขตชลประทาน ซึ่งความเดือดร้อนย่อมแตกต่างจากชาวนารายย่อยอยู่มาก
การช่วยเหลือให้สิทธิชาวนารายเล็ก จึงควรเป็นหัวใจหลักที่รัฐบาลต้องใช้เป็นแนวทางในการปรับหลักเกณฑ์โครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ เพื่อให้ชาวนารายย่อยได้ประโยชน์จากโครงการรับจำนำมากสุด และไม่กระทบกับฐานะการคลังของรัฐบาลมากเกินไป ตามที่รัฐบาลหาเสียงกับชาวนาไว้ ไม่ใช่ทำเพื่อนายทุน หรือหัวคะแนนที่กุมธุรกิจข้าวที่เป็นฐานเสียงของพรรค
ดังนั้น แนวทางรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 1.5 หมื่นบาท โดยปรับหลักเกณฑ์ในเรื่องเงื่อนไขปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการรับจำนำ จากรับจำนำทุกเมล็ดมาเป็นรับจำนำครอบครัวละ 3-4 แสนบาทต่อรอบการปลูก จึงเป็นเงื่อนไขที่ชาวนารายย่อยจะได้ประโยชน์มากสุด ทั้งเรื่องราคาและปริมาณรับจำนำ
ส่วนที่เกินกว่า 4 แสนบาทต่อครัวเรือน รัฐบาลควรปล่อยไปตามกลไกตลาด ไปขายให้ผู้ประกอบการข้าวถุงหรือผู้ส่งออกข้าว ที่สำคัญจะได้ลดความสูญเสียปีละหลายแสนล้านบาท จากความผิดพลาดของโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลดิ้นรนทำกันมาถึง 2 ปี







