posttoday
ครม.เปิดข้อมูลประเมินม็อบก่อนประจันหน้า

ครม.เปิดข้อมูลประเมินม็อบก่อนประจันหน้า

06 สิงหาคม 2556

ครม.ถกประเมินม็อบต้าน เชื่อ 7 ส.ค.คุมสถานการณ์ได้เหตุคนไม่มาก เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รับมือ 3.8 หมื่นนาย

โดย...ทีมข่าวการเมือง 

การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)  ในฐานะผอ.ศรส.  พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.  พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ชน.  เข้ารายงานสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองให้ ครม.รับทราบ ทั้งนี้ มีการแจกเอกสารริมแดง ซึ่งเกี่ยวกับการประเมิน วิเคราะห์การชุมนุม ให้ที่ประชุมรับทราบ ก่อนเก็บเอกสารคืน 

ผอ.ศรส. รายงานสถานการณ์ดังนี้   ตั้งแต่ช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ ได้มีการเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่างๆ  ทั้งกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ    10  เครือข่ายมวลชน และการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)

รายงาน เปิดเผยว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ได้มีการประกาศยกระดับที่จะนำไปสู่ความรุนแรง จึงเป็นเหตุผลที่สตช.เสนอครม.ให้ออกพ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ออกพระราชกฤษฏีกาประกาศการควบคุมพื้นที่ 3 เขต ตั้งแต่วันที่ 1-10 ส.ค. 

"ตำรวจประเมินสถานการณ์เลวร้ายสุด จะมีการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล - รัฐสภา  ยั่วยุเจ้าหน้าที่ให้เกิดความรุนแรง นำไปสู่การสร้างสถานการณ์ จึงได้เสนอให้ออก พรบ.มั่นคงในราชอาณาจักร มีผบ.ตร.เป็น ผอ.ศรส. ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังฝ่าย พลเรือน ตำรวจ ทหาร 38,910 นาย มีการออกประกาศไปแล้ว 3 ฉบับ ห้ามเข้าออกสถานที่ 3 เขต  ห้ามใช้เส้นทาง ห้ามเคลื่อนย้ายพกพาอาวุธ"รายงานระบุ

ผบ.ตร.รายงาน ด้วยว่า  หลังมีการประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ  มีผู้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ต่อต้านรัฐบาล ชักชวนให้เตรียมอุปกรณ์ ออกมาชุมนุม ทั้งปล่อยข่าวจะมีการปฏิวัติ ส่งผลให้เกิดการตื่นตระหนก กักตุนอาหาร จากการรวบรวมประเมินสถานการณ์พบว่ามีผู้เข้าชมข้อความ 1,800 คน  .  ขณะเดียวกัน เวทีผ่าความจริง ของพรรคปชป. มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาล ต่อต้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม

ข้อมูล ตร. ระบุว่า กระบวนการชุมนุมของกองทัพประชาชนฯฯ มีรถขยายเสียง 8 คัน  เตรียมจักรยานยนต์ 200 คัน  ใช้การ์ดนามศรีวิชัย  กระเบนธง   ส่วนอาหารได้รับจากสันติอโศก  จากการชุมนุมวันที่ 4ส.ค.  เจ้าหน้าตรวจสอบแล้วมีผู้ชุมนุม 2,000 คน   วันที่สอง ( 6 ส.ค.) จำนวน 600 คน  โดยผู้ชุมนุมจัดตัวแทนเดินทางไปยื่นหนังสือสถานทูต และองค์กรอิระ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐจากการประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ

ขณะที่ เวทีผ่าความจริงของปชป. เจ้าหน้าที่ตร.  สรุปว่า จากการชุมนุม ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศ มีคนฟัง 1,200 คน เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่แยกอุรุพงษ์ มีจำนวน 600 คน

รายงานการดำเนินคดีที่ผ่านมา  ได้ดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย ฝ่าฝืนพรบ.มั่นคงฯในเขตดุสิต กรณีพกพาอาวุธ  ศาลตัดสินรอลงอาญา  กรณีกระทำผิดพรบ.คอมพิวเตอร์  4 ราย   ระงับเหตุทำร้ายร่างกาย  นายสุพรรณ ก้อนหิน พบว่าเป็นบุคคลวิกลจริต ที่เคยเผาจักรยานยนต์ยนหน้าสำนักงานดีเอสไอ

"ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังยื่นศาลขอให้ถอนประกัน นายพิเชษฐ์  พัฒนโขติ และนายไทกร พลสุวรรณ ซึ่งเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาปิดสนามบินสุวรรณภูมิ"

ข้อมูลศรส. ชี้ว่า ความมุ่งหมายของผู้ชุมนุม มีแนวคิดเคลื่อนไหวดาวกระจาย  ด้วยการปิดล้อมอาคารรัฐสภา โดยเตรียม ตะปู สนับมือ ขวดน้ำมัน ซึ่งอาจนำมาสู่ความรุนแรง  

อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ ด้วยปริมาณมวลชนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เงินทุนมาไม่ถึงแกนนำ  ทำให้การชุมนุมไม่มีศักยภาพ ประเมินจากการที่ไม่มีโรงครัวเป็นของตัวเอง ถ้าเป็นม็อบอาชีพ จะต้องตั้งโรงครัวแต่กลุ่มนี้ตั้งโรงครัวชั่วคราว กอปรกับสภาพอากาศฝนตกชุก และรัฐบาลประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ ทำให้เป็นตัวยับยั้งประชาชนร่วมชุมนุม

ตร.ยังประเมินการชุมนุมในส่วน ปชป.ว่า  เชื่อว่าช่วงนี้มีคนไม่มากนัก การเคลื่อนไหวต่อต้านการพิจารณาร่างกม.นิรโทษกรรมวาระแรก จึงไม่มากนัก แต่จะมีการเพิ่มปริมาณในการพิจารณาร่างกม.นิรโทษกรรมวาระสาม  ซึ่งสรุปได้ว่า ในการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมวันที่ 7 ส.ค. จึงน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้

ทั้งนี้ หลังจาก ครม.ได้รับฟังรายงานการประเมินสถานการณ์ ทั้งหมด  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  และขอให้เจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ  ปฏิบัติตามกฎหมายตามหลักสากล

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวว่า  สถานการณ์แบบนี้ นายกฯสบายใจได้ เป็นนายกฯได้ต่อไป

ด้าน นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.พาณิชย์และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เท่าที่ติดตามการชุมนุมกองทัพประชาชนฯ ขาดแกนนำที่มีศักยภาพ เป็นม็อบที่ไม่สามารถสร้างกระแสได้  สุดท้ายม็อบจะอ่อนแอลงไปเอง กอปรกับ พรรคปชป.ตั้งเวทีคู่ขนาน ทำให้มีการกระจายคนไปฟัง

“แต่เป้าหมายหลักอยู่ปชป. ผมมองตรงข้ามจากตำรวจ โดยวันนี้( 7 ส.ค.) มีนัยยะสำคัญ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคน แต่อยู่ที่วิธีการของปชป. จะสร้างวิธียั่วยุ ให้เกิดภาพผลักดันหน้าสภา เพราะตอนนี้ปชป.ตั้งเวทีข้ามวันข้ามคืน และให้ส.ส.พามวลชนไปรัฐสภา จึงใช้ความหัวหมออ้างว่าพามาส่งส.ส. ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ประกาศพรบ.มั่นคงฯ  ซึ่งต้องการตั้งใจมาหาเรื่อง ให้เกิดการเผชิญหน้า  ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเตรียมพร้อมแล้วกัน”นายณัฐวุฒิ  กล่าว

นายวราเทพ รัตนากร  รมต.สำนักนายกฯ และรมช.เกษตรและสหกรณ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ควรจะให้ความสำคัญกับสื่อมวลชนด้วย เพราะการชุมนุมคราวก่อน ม็อบมีสื่อนำเสนอภาพฝ่ายเดียวสื่อสารให้เห็นว่ารัฐใช้ความรุนแรง ดังนั้น จะบริหารงานสื่ออย่างไร เช่นอาจให้ตำรวจประสานนำสื่อเข้าพื้นที่เห็นการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดภาพสองด้าน

นายกฯ กล่าวสนับสนุน นายวราเทพ โดยกล่าวว่าอยากให้เห็นความโปร่งใส  ประชาชนได้ตัดสิน โดยขอให้ตำรวจประสานความร่วมมือสื่อมวลชน เข้าพื้นที่ดูการปฏิบัติงาน  ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI