
DSIเผยน้ำมันรั่วพบเข้าข่ายผิดพรบ.เดินเรือ
ดีเอสไอสอบเหตุน้ำมันรั่วในทะเลระยอง พบเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย เชิญ 14 หน่วยงานร่วมให้ข้อมูล
ดีเอสไอสอบเหตุน้ำมันรั่วในทะเลระยอง พบเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย เชิญ 14 หน่วยงานร่วมให้ข้อมูล
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีท่อส่งน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ พีทีทีจีซี รั่ว ทำให้น้ำมันดิบจำนวนกว่า 5 หมื่นตัน ไหลลงสู่ทะเล เหตุเกิดบริเวณอ่าวไทย ใกล้ชายฝั่งทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง ว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างสารปนเปื้อนบริเวณชายหาดอ่าวพร้าว บนเกาะเสม็ด พร้อมทั้งเก็บน้ำทะเลที่เจือปนน้ำมันดิบ ส่งห้องปฏิบัติการทดลองของศูนย์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก กรมโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ยังลงพื้นที่ตรวจสอบทุ่นน้ำมันบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของการรั่วไหลในครั้งนี้ ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือเกิดจากความประมาท
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สาเหตุการรั่วไหลเกิดขึ้นจากท่อบริเวณจุดเชื่อมต่อระว่างเรือกับทุ่นที่ลอยอยู่กลางทะเลฉีกขาด นอกจากนี้ยังพบว่าขณะที่โหลดน้ำมันจากเรือเข้าสู่ท่อเมนหลักของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล มีเจ้าหน้าที่ของเรือคอยควบคุมกำกับดูแลอยู่ ซึ่งเรือดังกล่าวมีชื่อว่า MT.MARAN PRATO เป็นเรือสัญชาติกรีซ และขณะนี้เรือดังกล่าวยังลอยอยู่ในทะเลอ่าวไทย ห่างจากทุ่นของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ประมาณ 3 ไมล์ทะเล
จากการตรวจสอบดังกล่าว ดีเอสไอพบว่าอาจมีการกระทำผิดที่เข้าข่ายกระทำการโดยประมาท ตาม พ.รบ.เดินเรือในน่านน้ำไทย 2556 มาตรา 119 ทวิ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 มาตรา 16(4) พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2535 มาตรา 23 ประกอบ มาตรา 73 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ซึ่งขณะนี้กระบวนการสืบสวนสอบสวนได้เริ่มต้นค้นหาสาเหตุของการรั่วไหลในครั้งนี้ โดยมีสมมุติฐานในความประมาทที่เกิดจากบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 4 ประเด็น 1.พนักงานควบคุมการโหลดน้ำมันไม่ตัดวาวล์น้ำมันเมื่อมีการรั่วไหล 2.พนักงานของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ไม่ตรวจสอบประสิทธิภาพของท่อส่งน้ำมันให้อยู่ในสภาพใช้งานตามปกติ 3.ผู้ควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันประมาทในการเทียบเรือกับทุ่นและอาจดึงท่อน้ำมันฉีกขาด และ4.เหตุสำคัญอื่นๆที่ยังระบุไม่ได้
นายธาริต กล่าวต่อว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือเรียนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมประมง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง สภ.บ้านเพ และสภ.มาบตาพุด เข้าร่วมประชุมที่ดีเอสไอ ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดของแต่ละหน่วยงานมาเชื่อมต่อกัน ทั้งนี้หากได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดมาแล้ว ดีเอสไอก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่







