
ความสุขของคนหัวหิน
ใช่แค่เสียง “ทรงพระเจริญ” ที่กึกก้องอยู่ในหัวใจคนไทยทั้งชาติ เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
โดย...ชัยวัฒน์ สาดแย้ม
... อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า
เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า น้อมเกล้าขออัญชุลี
สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี ...
ใช่แค่เสียง “ทรงพระเจริญ” ที่กึกก้องอยู่ในหัวใจคนไทยทั้งชาติ เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อแปรพระราชฐานไปยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
แต่สำหรับคนหัวหิน เสียงเพลงสดุดีมหาราชาก็ดังกระหึ่มตลอดแนวถนนเพชรเกษมจนถึงวังไกลกังวล
เป็นเสียงที่เปล่งจากหัวใจชาวหัวหินนับหมื่นที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จมหาราชาและมหาราชินีผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทร
“จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นล้นพ้น มีโครงการพระราชดำริในพื้นที่มากถึง 94 โครงการ เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” วีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวแทนความรู้สึกของคนหัวหินและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งล้วนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
นับแต่ข่าวการเสด็จฯ แปรพระราชฐานยังวังไกลกังวลแพร่สะพัดออกไป บรรยากาศในเมืองหัวหินก็เปลี่ยนแปลงทันใด บ้านช่องร้านรวงของประชาชนทั่วไป ก็ล้วนประดับประดาธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ของทั้งสองพระองค์โดยทั่วกัน
“คนหัวหินมีความสุขมาก มีความปลาบปลื้มและปีติยินดีที่พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรมีพระพลานามัยแข็งแรง และเสด็จฯ กลับมาประทับยังวังที่หัวหิน ที่นับเป็นบ้านแห่งที่สองของพระองค์ท่าน หลังจากที่ชาวหัวหินทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จก็พากันประดับธงตามหน้าอาคารบ้านเรือน สถานประกอบการต่างๆ ก็ร่วมมือร่วมใจกันประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ของทั้งสองพระองค์โดยพร้อมเพรียงกันราวกับนัดกันไว้ นั่นคือการแสดงให้เห็นว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านด้วยหัวใจของคนหัวหิน” นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน บอกถึงความรู้สึกของคนหัวหินหลังทราบข่าวอันน่ายินดียิ่งนี้
การร่วมใจถวายความจงรักภักดีดังกล่าว ปรากฏผลให้เห็นในทันใด รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหินชะอำ เปิดเผยว่า สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่ข้อมูลการเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชถึงวังไกลกังวลไปทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความมั่นใจประเทศไทยว่ามีความสงบร่มเย็นจากร่มพระบารมีของล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ และทำให้หัวหินเมืองที่ประทับมีชื่อเสียงเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูง และขณะนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวมีความคึกคักเป็นอย่างมาก
ไม่เพียงภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่สำหรับชาวบ้านรากหญ้า พวกเขาก็เห็นถึงความแตกต่างนี้เช่นกัน อินทิมา อิ่นชื่นใจ เจ้าของร้านเจ๊เซี้ยม ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นชื่อดังของเมืองหัวหิน บอกว่า หลังพระองค์ไปรักษาพระวรกายหลายปีนั้น จะเห็นได้ชัดว่าหัวหินดูเหงาๆ ไปถนัดตา แต่มาวันนี้พระองค์ท่านทั้งสองพระองค์กลับมาประทับยังหัวหินอีกครั้ง ก็เห็นได้ว่ามีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมมาก ดูคึกคักขึ้นทันตาเห็น
ด้าน สายใจ ทองทิพย์ แม่ค้าขายอาหารตามสั่งในหัวหิน ก็บอกว่า พอมีการเตรียมการรับเสด็จในหลวงและพระราชินี เท่านั้นแหละ ก็ทำให้ร้านของเธอขายดีขึ้นมากอีกเกือบเท่าตัว เพราะมีข้าราชการทั้งทหารและตำรวจเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ยิ่งทำให้ดีใจมากขึ้นไปอีก มีรายได้เพิ่ม เศรษฐกิจดีขึ้นทันตาเห็นเลยทีเดียว
แต่สุขใดเล่าจะเทียบเท่าสุขที่ได้เห็นสองมิ่งขวัญปวงชนชาวไทย ทรงมีพระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
10 ปีก่อน สุภเกียรติ บุญเกียรติ พ่อค้าขายผลไม้สดในตลาดสดหัวหิน ก่อร่างสร้างฐานะขึ้นมาได้จากการส่งผลไม้เข้าวังไกลกังวล แต่ช่วง 4 ปีหลัง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราช รายได้ส่วนนี้ของเขาก็หายไป
“วันนี้ก็ได้รับการสั่งผลไม้ต่างๆ เป็นจำนวนมากให้นำเข้าไปส่งเต็มคันรถปิกอัพเลยทีเดียว ยามพระองค์ท่านเสด็จฯ มาประทับที่หัวหิน ประชาชนที่นี่ก็เหมือนกับถูกหวยไปทั้งจังหวัดอย่างยาวนานเลยทีเดียว ถ้าถามว่าอยากจะขออะไร สิ่งจะขอก็คือ ขอให้พระองค์ท่านทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนานตลอดกาลและตลอดไป ผมขอเพียงเท่านี้”
ความสุขที่องค์พระประมุขกลับมาประทับใกล้ชิดเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เกิดขึ้นไปทั่ว แม้วัยจะล่วงเข้า 83 ปี แต่คุณตา ซิ่ว เทียนอินทร์ ชาวบ้านห้วยคต ซึ่งเคยเข็นรถพระที่นั่งซึ่งติดหล่ม เมื่อครั้งเสด็จฯ บ้านห้วยคตเมื่อปี 2495 ทำให้เกิดโครงการก่อสร้างถนนห้วยมงคล ซึ่งถือเป็นโครงการพระราชดำริโครงการแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง
“ผมคิดถึงพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านจากหัวหินไปร่วม 4 ปีแล้ว ผมเชื่อว่าคนหัวหินทุกคนต่างก็มีความรู้สึกไปไม่ต่างจากผม” แม้ไม่มีถ้อยคำจะกล่าวมากความ แต่น้ำเสียงและแววตาของผู้เฒ่านั้น ฉายแววแห่งความปีติยินดีอย่างเห็นได้ชัด
เช่นเดียวกับคุณตา บุญมี ทัศสงค์ อายุ 85 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในที่ดินโครงการพระราชดำริบ้านห้วยสัตว์ใหญ่ ได้รับพระราชทานที่ดิน 15 ไร่ ทำสวนทุเรียน เลี้ยงครอบครัวอยู่ดีมีสุขมายาวนาน ก็อยากจะให้ในหลวงเสด็จฯ เยี่ยมโครงการบ้านห้วยสัตว์ใหญ่ เพื่อจะขอกราบพระบาท
“หากได้ทำถึงตายก็มีความสุข พอรู้ว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ ประทับที่หัวหินก็รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ ปลื้มใจจริงๆ อยากจะนำทุเรียนถวายพระองค์ท่าน แต่ไม่รู้ว่าจะเอาเข้าไปให้ท่านได้อย่างไร ขอให้พระองค์ท่านมีอายุยืนนาน ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญๆ ขออย่าให้โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนหรือทำอะไรพระองค์ได้เลย”
ทุกคนอยากมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับโอกาสจากโครงการพระราชดำริต่างๆ ซึ่งเสมือนการพลิกเปลี่ยนชีวิต จากที่ต้องแยกย้าย จากบ้านเกิดเมืองนอนไปหางานทำต่างถิ่น ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สร้างงาน สร้างรายได้ขึ้นในท้องถิ่น
“ตั้งใจจะทำงานสนองและสานต่อกับโครงการพระราชดำริแห่งนี้ต่อไปจนชั่วชีวิต รู้สึกดีใจเป็นที่สุดเลย ที่พระองค์ท่านเสด็จฯ กลับมาประทับที่วังไกลกังวล หัวหิน อีกครั้ง เวลานี้ต่างคนต่างก็ได้มีการเตรียมความพร้อมกันเอาไว้ เผื่อหากว่าพระองค์ท่านจะเสด็จฯ มาดู ทุกวันนี้พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านเสมอ ที่โครงการของพระองค์ท่านทำให้พวกเราได้กินดีอยู่ดีและมีความสุขกันทั่วหน้า ขอให้พระองค์ท่านทั้งสองพระองค์ทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนานตลอดไป” อมลวรรณ เอี่ยมสำอางค์ ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน บอกกล่าวแทนความรู้สึกของเพื่อนผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากโครงการพระราชดำริทุกๆ คน
นานมาแล้วที่คนหัวหินมีความสุข จากการได้ใกล้ชิดกับองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระกรุณาธิคุณ เป็นศรีสง่าให้แก่เมืองท่องเที่ยวซึ่งผู้คนจากทั่วโลกมุ่งหมายเดินทางมาเยือนแห่งนี้ ยามนี้ความสุขของพวกเขาทบทวีขึ้น ไม่เพียงแต่การแปรพระราชฐานมาประทับใกล้ชิดพวกเขาอีกครั้ง แต่เหนืออื่นใด ทุกคนล้วนปีติยินดีที่ได้เห็นทั้งสองพระองค์มีพระสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบต่อไปนานเท่านาน







