
หนทางยังอีกไกล
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ให้ความเห็นถึงภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐที่เติบโตได้ ทว่าไม่น่าประทับใจเท่าไรนักว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน และแตกออกเป็นสองฝ่ายระหว่างการฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและอ่อนแอ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ให้ความเห็นถึงภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐที่เติบโตได้ ทว่าไม่น่าประทับใจเท่าไรนักว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน และแตกออกเป็นสองฝ่ายระหว่างการฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและอ่อนแอ
จีดีพีประจำไตรมาส 2 ที่ขยายตัวได้ 1.7% นั้น นับว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ทว่าก็มีการปรับลดจีดีพีไตรมาสแรกลงไปพร้อมกันด้วยอยู่ที่ 1.1% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.8% ซึ่งถือว่าขยับขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นจาก 0.9% ในไตรมาส 4 ของปี 2555
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลกระทบเรื่องซีเควสเตอร์เมื่อต้นปี ซึ่งจะนำไปสู่การตัดลดงบประมาณอัตโนมัติราว 1.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะเข้าใจถึงการฟื้นตัวที่เชื่องช้าของสหรัฐได้ ซึ่งผลกระทบที่แท้จริงนั้นจะปรากฏให้เห็นชัดยิ่งขึ้นในปีหน้า
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้เสนอยกเครื่องระบบภาษีธุรกิจใหม่ ลดภาษีนิติบุคคลลงมาอยู่ที่ระดับ 28% เพื่อกระตุ้นการลงทุนให้ฟื้นตัว มาตรการเหล่านี้นับว่าสมเหตุสมผล หลังสำนักงบประมาณสภาคองเกรสเปิดเผยว่า ซีเควสเตอร์จะกระทบต่องาน 9 แสนอัตรา และจีดีพี 0.7% ในปีหน้า ดังนั้น มาตรการเหล่านี้จึงน่าจะช่วยต้านทานปัจจัยลบได้บ้าง และคงจะดียิ่งขึ้นหากโอบามาเกลี้ยกล่อมสภาคองเกรสให้ใช้ทางแก้ปัญหาอื่นนอกจากซีเควสเตอร์
อย่างไรก็ตาม จากปฏิกิริยาของฝ่ายค้านพรรครีพับลิกันแล้วคงเป็นไปได้ยากที่จะเห็นแนวทางที่ดีขึ้น ซ้ำยังมีแนวโน้มที่จะเกิดการแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนบ่งชี้ว่าสหรัฐยังต้องเผชิญหนทางอีกยาวไกลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และฝ่ายการเมืองก็ไม่ควรทำให้สถานการณ์บอบช้ำหนักลงไปอีก







