
สังขละบุรีประกาศปิดสะพานมอญชั่วคราว
นายอำเภอสังขละบุรีประกาศปิดสะพานมอญชั่วคราว คาดเหตุสวะถูกน้ำพัดมาติดเสาสะพานปิดกั้นทางน้ำ
นายอำเภอสังขละบุรีประกาศปิดสะพานมอญชั่วคราว คาดเหตุสวะถูกน้ำพัดมาติดเสาสะพานปิดกั้นทางน้ำ
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจความเสียหายของ สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ ต.หนองลู ตำบลหนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งถูกน้ำซัดพังเสียหายเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.30น. วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย และประกาศงดใช้สะพานเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่ามีแพของชาวบ้านประมาณ 3 หลังที่ผูกเอาไว้ใกล้จุดเกิดเหตุจมไปในแม่น้ำ แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งทางอำเภอจะได้ให้ความช่วยเหลือต่อไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้สะพานไม้ขาดลงในครั้งนี้ คาดว่าเป็นเพราะว่าฝนได้ตกติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระแสน้ำพัดเอาสวะจากที่อื่นมาติดกับเสาไม้ค้ำสะพานเป็นทางยาวและหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปิดกั้นทางน้ำ
ขณะที่กระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยวอย่างต่อเนื่องและมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เสาของสะพานที่อยู่บริเวณร่องน้ำเก่าที่มีความลึกบริเวณกลางสะพานนั้น ทนรับกระแสน้ำไม่ไหวจึงพังลงมาในที่สุด โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีประชาชนหรือนักท่องเที่ยวอยู่บนสะพาน
อย่างไรก็ตามจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยจะประสานโยธาธิการและผังเมืองให้ลงพื้นที่มาทำการตรวจสอบตัวสะพานทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อวางแผนในการบูรณะซ่อมแซมสะพานให้มีความมั่นคงแข็งแรงกว่าปัจจุบันโดยเร็วที่สุด แต่ในขณะนี้ทางอำเภอได้เตรียมประกาศทั้งอำเภอให้เป็นเขตภัยพิบัติ และขอให้ประชาชนระวังความปลอดภัยเนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่มได้ เนื่องจากขณะนี้ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้มีรายงานอีกว่าในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีเพิ่งประสบอุทกภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่สะพานมอญได้พังเสียหาย หลังจากที่สร้างมา 26 ปี โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 10 และหมู่ 11 โดยเฉพาะ หมู่ 8 หมู่ 9 และหมู่ 11 หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้กระแสน้ำพัดถนนทางเข้าหมู่บ้านขาด ประชาชนไม่สามารถสัญจรไป-มาได้
ส่วนพื้นที่หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 7 น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 150 หลัง สำหรับโรงพยาบาลคริสเตียนตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ก็ถูกน้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่ต้องอพยพคนป่วยไปรักษาอยู่ในอาคารที่อยู่ใกล้กัน ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลวังกะขาดแคลนน้ำประปา เนื่องจากดินที่ใช้ฝังกลบท่อสูบน้ำในเกิดสไลน์ตัววลงสู่แม่น้ำซองกาเลีย เป็นเหตุทำให้ท่อสูบน้ำขาดออกจากกันประมาณ 50 เมตร ค่าเสียหายประมาณ 1 แสนบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวังกะได้เร่งสั่งอุปกรณ์เพื่อนำมาซ่อมแซม แต่จะต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากอุปกรณ์ต้องสั่งมาจากจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ประชาชนบางครอบบครัวต้องอาศัยน้ำฝนเพื่ออุปโภคและบริโภคแทน







