
เตรียมออกภาพสเก็ตซ์มือทำร้ายโหรดัง
ตำรวจเตรียมออกภาพสเก็ตซ์ 2 คนร้ายก่อเหตุ ทำร้ายนายกสมาคมโหรฯ ก่อนพิจารณาออกหมายจับ
ตำรวจเตรียมออกภาพสเก็ตซ์ 2 คนร้ายก่อเหตุ ทำร้ายนายกสมาคมโหรฯ ก่อนพิจารณาออกหมายจับ
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ถูกคนร้ายลอบทำร้ายร่างกาย ระหว่างนำรถไปจอดที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ทีพีไอ ซึ่งเป็นที่จอดรถของอาคารดังกล่าว ขณะขับรถเดินทางไปบันทึกรายการทางเคเบิลทีวี ช่องสุวรรณภูมิ ที่อาคารทีพีไอ ทาวเวอร์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า หลังจากที่ได้นำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปทำการสเกตซ์ภาพคนร้ายแล้วนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอผลจากภาพสเก็ตซ์ของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ประมาณ 2-3 วัน
"พยานเห็นเหตุการณ์พบเห็นคนร้ายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในคนร้ายได้เข้ามาทำร้ายร่างกายนายภิญโญ ส่วนคนร้ายอีกคนขับรถจักรยานยนต์จอดรออยู่เพื่อหลบหนี ซึ่งพยานเห็นตำหนิรูปพรรณคนร้ายที่ลงมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้ อย่างชัดเจน ส่วนคนที่รออยู่บนรถนั้นยังเห็นไม่ชัดเท่าไหร่"พล.ต.ต.สืบศักดิ์กล่าว
พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้ภาพสเกตซ์มาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะพิจารณาว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถขอศาลอนุมัติหมาย จับได้หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการติดตามตัวคนร้ายต่อไป ส่วนกรณีที่นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำนั้น จากการสอบสวนก็ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนร้ายตัวจริงหรือไม่ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งยังติดตามมาได้ไม่ครบถ้วน แต่ก็มีความคืบหน้าพอควร โดยพบว่าสามารถจับภาพตำหนิรูปพรรณและยานพาหนะของคนร้ายเอาไว้ได้
ส่วนสาเหตุในการลงมือก่อเหตุของคนร้ายนั้น จากการสอบปากคำนายภิญโญ ได้ให้การว่า ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใครอย่างรุนแรงมาก่อน ซึ่งเจ้าตัวคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่ไปออกรายและมีการพูดพิพากษ์วิจารณ์ ถึงนายวิรพล สุขผล อดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉ้อโกงประชาชน และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน15 ปีฯ ซึ่งอาจทำให้คนร้ายไม่พอใจ จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามประเด็นส่วนตัวและประเด็นอื่นๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดๆทิ้ง โดยจะสืบสวนถึงสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง







