
ไฮสปีดเจอตอ
ทัพฟ้าทหารบกไม่อนุญาตใช้ที่ดินกระทบรถไฟเร็วสูงขึ้นภาคเหนือชัชชาติดันตั้งคณะกรรมการกำกับ
ทัพฟ้าทหารบกไม่อนุญาตใช้ที่ดินกระทบรถไฟเร็วสูงขึ้นภาคเหนือชัชชาติดันตั้งคณะกรรมการกำกับ
“ธนารักษ์” เผย กองทัพไม่ให้ใช้พื้นที่สร้างไฮสปีดเทรน กระทบแผนกู้ 2 ล้านล้าน
นายชาญณัฏฐ์ แก้วมณี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ด้านที่ราชพัสดุ เปิดเผยว่า ที่ปรึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาการนำที่ราชพัสดุของส่วนราชการมาดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) รายงานเบื้องต้นส่วนราชการ 2 แห่ง และเอกชน 1 แห่ง ใน 3 พื้นที่ ไม่ยอมคืนพื้นที่เพื่อดำเนินโครงการ
สำหรับเส้นทาง กทม.เชียงใหม่ สนข.ต้องการใช้พื้นที่กองบินของกองทัพอากาศ (ทอ.) 100 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ไร่ เพื่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง แต่ ทอ.แจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังแสง
“จึงให้ สนข.ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า หากนำพื้นที่มาใช้ทำสถานีรถไฟความเร็วสูงจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างไร หากมีประโยชน์มากกว่า และ สนข.ยอมลงทุนค่าขนย้ายสถานที่ ก็จะให้ ทอ.ย้ายออกไปใช้พื้นที่อื่นในบริเวณใกล้เคียง” นายชาญณัฏฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ อีกพื้นที่ใน ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ของกรมการสัตว์ทหารบก เนื้อที่ประมาณ 6,000-7,000 ไร่ กรมธนารักษ์ต้องการขอคืน 200-300 ไร่ เพื่อมาทำศูนย์ซ่อมบำรุง แต่ทางกองทัพแจ้งว่าเป็นทุ่งเสบียงใช้เลี้ยงสัตว์ของกองทัพบกที่ปัจจุบันเหลือน้อยแล้ว ดังนั้นจะต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายชาญณัฏฐ์ กล่าวว่า ขณะที่เส้นทางสายใต้ กทม.หัวหิน กำลังหาพื้นที่ใหม่ เพราะพื้นที่ของเอกชนที่จัดหาไว้เดิม 30 ไร่ และ 70 ไร่ บางส่วนได้สร้างเป็นส่วนราชการไปแล้ว จึงอาจจะต้องออก พ.ร.ก.เวนคืนที่ดินที่เหมาะสมในการก่อสร้างโครงการต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีพื้นที่ที่ได้ข้อสรุปบ้างแล้ว คือพื้นที่สร้างอุโมงค์ลอดความยาว 200 เมตร ใกล้โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ จ.ลพบุรี และพื้นที่ทหารที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 500 ไร่ คาดว่าจะจัดพื้นที่ประมาณ 100-200 ไร่ มาทำสถานีรถไฟได้ ส่วนที่เหลืออีก 200300 ไร่ จะนำมาบริหารจัดการในเชิงพาณิชย์ เช่น ร้านค้า ที่อยู่อาศัย ต่อไป
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า มีแนวคิดจะตั้งคณะกรรมการกำกับโครงการตาม พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อทำหน้าที่กำกับและติดตามการดำเนินโครงการต่างๆ ตามแผนกู้เงินให้มีประสิทธิภาพ และจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้
ทั้งนี้ จะมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ สนข. เป็นฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่คล้ายที่ปรึกษาบริหารโครงการทำหน้าที่ติดตามการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากไม่มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเป็นพิเศษอาจทำให้งานล่าช้า ไม่เร่งรัดเท่าที่ควร โดยจะเสนอตั้งกรรมการชุดนี้ทันทีที่ พ.ร.บ.กู้เงินได้รับความเห็นชอบจากสภา
นายชัชชาติ ชี้แจงว่า กรณีที่หอการค้าไทยเสนอให้ตั้งองค์กรกลางเพื่อติดตามการใช้จ่ายงบลงทุนให้โปร่งใสนั้น ยืนยันว่าเงินในโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีการดำเนินการเหมือนกับเงินงบประมาณและพร้อมให้ตรวจสอบ โดยอาจตั้งผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานกลางเข้ามาเป็นกรรมการร่วมในการดำเนินงานได้ แต่จะต้องไม่ขัดต่อกฎระเบียบ







