
อุ้มดีเซลยาวถึงสิงหาฯรายได้หาย2.25แสนล.
รัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดหนัก ลดภาษีอุ้มน้ำมันดีเซลไปแล้ว 2.25 แสนล้านบาท
รัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดหนัก ลดภาษีอุ้มน้ำมันดีเซลไปแล้ว 2.25 แสนล้านบาท
นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ รายงานการติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. 2556 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบว่า การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554เม.ย. 2556 สามารถช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจเป็นเงินประมาณ 1.89 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ครม.ก็ยังมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อเนื่องจากเดือน พ.ค.ส.ค. 2556 ดังนั้น เมื่อรวมกับการลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554 ส่งผลให้การช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนผ่านการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ไปทั้งสิ้น 2.25 แสนล้านบาท
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันไบโอดีเซลที่อัตรา 0.005 บาทต่อลิตร ต่อไปอีก 1 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 131 ส.ค. 2556 โดยคาดว่าภาครัฐจะสูญเสียรายได้ 9,000 ล้านบาท
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างพิจารณาร่างเอกสารการประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่ สายฉะเชิงเทราคลองสิบเก้าแก่งคอย ระยะทาง 106 กม. เพื่อเตรียมเปิดประกวดราคาในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะก่อสร้างได้ภายในปีนี้แน่นอน และจะเป็นรถไฟทางคู่สายแรกที่จะเริ่มมีการก่อสร้างหลังจากไม่ได้ดำเนินการมาหลายปี โดยรถไฟสายดังกล่าวผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว
ทั้งนี้ รถไฟทางคู่เส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางเดียวตามแผนการดำเนินงานเร่งด่วนของ ร.ฟ.ท.ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากครม.ได้อนุมัติโครงการก่อนหน้านี้แล้ว จึงสามารถดำเนินโครงการได้โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.กู้เงิน ซึ่งภายหลังประกวดราคาเรียบร้อยแล้วก็เริ่มก่อสร้างได้ทันที
“รถไฟทางคู่สายนี้ผ่านการพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)แล้ว ผ่านการพิจารณาของ ครม.แล้ว เมื่อจัดทำเอกสารประกวดราคาเสร็จ จึงเปิดประกวดราคาได้ โดยจะต้องนำเสนอกระทรวงการคลังเพื่อหาแหล่งเงินกู้ให้ด้วย” นางสร้อยทิพย์ กล่าว
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่อีก 5 เส้นทาง ซึ่งเป็นแผนดำเนินการเร่งด่วนของ ร.ฟ.ท. คือ 1.สายมาบกะเบาชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132กิโลเมตร 2.สายนครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร 3.สายลพบุรีปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร 4.สายนครราชสีมาขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร และ 5.สายประจวบคีรีขันธ์ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร ทั้งหมดอยู่ภายใต้ พ.รบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะเปิดประกวดราคาและก่อสร้างได้ในปี 2557
ในจำนวนรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทางดังกล่าว เส้นทางที่มีความพร้อมมากที่สุด คือ สายมาบกะเบาชุมทางจิระ เนื่องจากได้จัดทำอีไอเอมาแล้วถึง 4 ครั้ง ส่วนเส้นทางอื่นก็อยู่ระหว่างดำเนินการเช่นเดียวกันคาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จปลายปีนี้จนถึงปี 2557 ดังนั้นในปีหน้าจะเห็นภาพรวมการดำเนินโครงการต่างๆของ ร.ฟ.ท.ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ คือ เด่นชัยเชียงราย ก็อยู่ระหว่างทำอีไอเอ เช่นเดียวกัน หากแล้วเสร็จจะเปิดประกวดราคาได้ต่อไป ส่วนการจัดซื้อรถจักรดีเซลจำนวน 20 คัน เพื่อนำมาให้บริการก็ได้จัดซื้อไปแล้ว จึงเหลือเพียงขั้นตอนการเร่งรัดให้ส่งมอบได้ตามกำหนดการเท่านั้น







