posttoday
หลวงปู่

หลวงปู่

18 กรกฎาคม 2556

ผมมีเพื่อนเป็นศิษย์หลวงปู่เณรคำ หรือพระเณรคำ หรือสมีคำ ตามแต่ใครจะเรียกในขณะนี้

ผมมีเพื่อนเป็นศิษย์หลวงปู่เณรคำ หรือพระเณรคำ หรือสมีคำ ตามแต่ใครจะเรียกในขณะนี้

ไม่ทราบเหมือนกันว่า เงินที่ผมเคยใส่ซองร่วมทำบุญไปหลายร้อยบาทจะมีส่วนในการเอาไปซื้อบ้านในต่างประเทศหรือซื้อเครื่องบินส่วนตัวด้วยหรือไม่

โดยปกติผมไม่ชอบวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพระเรื่องเจ้า เรื่องอิทธิฤทธิ์อภินิหาร หรือเรื่องผีสางเทวดาต่างๆ ผมถือคติเหมือนอีกหลายคนว่า ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ที่สำคัญคือมีคนอื่นเขาเชื่อถือศรัทธา ไม่มีเหตุผลที่จะไปพูดจาทำร้ายจิตใจกัน

ผมขอเรียกชายที่ห่มผ้าเหลืองท่านนี้อย่างกลางๆ ว่าพระเณรคำก็แล้วกันนะครับ

ในวันนี้ ใครไม่พูดถึงพระเณรคำก็เป็นคนหลงยุค ผมจึงต้องขอพูดถึงบ้าง แต่จะเป็นเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบมากกว่าอย่างอื่น

ข้อแรก รัฐบาลควรขอบคุณพระเณรคำที่ออกมาช่วยกลบข่าวในเชิงลบหลายต่อหลายเรื่องของรัฐบาล

ข่าวที่ถูกกลบอย่างสนิทมีทั้งเรื่องรถหรูที่คนในรัฐบาลและข้าราชการระดับสูงหลายรายได้ประโยชน์จากการเลี่ยงภาษี พระเณรคำมีส่วนช่วยให้ชื่อของคนเหล่านี้ไม่ต้องถูกเปิดโปงออกมา

อีกเรื่องคือคดีฆาตกรรมนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ที่ในการสืบสวนและทำสำนวนของตำรวจมีพิรุธให้สังคมเคลือบแคลงอยู่หลายอย่าง

ข่าวบางเรื่องอาจกลบได้ไม่สนิท แต่ก็ช่วยลดกระแสความร้อนแรงลงไปได้ไม่น้อย เช่นเรื่องจำนำข้าว เรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และเรื่องคลิปเสียง

ที่เรื่องเหล่านี้ยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำของประชาชนอยู่บ้าง เป็นเพราะมีประเด็นใหม่ๆ ผุดออกมา เช่นข่าวลือเรื่องข้าวเน่าและสารปนเปื้อนในข้าว เรื่องอดีตอัยการสูงสุดชี้ว่า พ.ร.บ.กู้เงินอาจขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องคลิปเสียงเป็นเรื่องที่หลุดออกมาในภายหลัง และยังมีแง่มุมใหม่ๆ ให้ติดตาม

ข้อที่สอง รู้สึกว่าตำรวจกับดีเอสไอจะสนุกสนานกับการทำเรื่องพระเณรคำมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากไม่ต้องคอยระมัดระวังว่าจะกระทบกระเทือนผู้ใหญ่รายไหนแล้ว ยังถือเป็นผลงานช่วยรัฐบาล ยิ่งประโคมข่าวได้มากๆ ยิ่งดี

แต่มีคนเล่าให้ฟังว่า เรื่องไม่ได้เป็นแบบนี้มาแต่ต้น ในช่วงแรก กลุ่มผู้รักษากฎหมายค่อนข้างจะเกร็ง และไม่ใคร่เต็มใจรับงาน เพราะหลายคนเชื่อเรื่องโชคลาง การกล่าวร้ายผู้ทรงศีลอาจทำให้เกิดเหตุเภทภัยกับตนเองในภายหลัง

แต่เมื่อปรากฏภาพความเป็นปุถุชนชัดเจนยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับได้กลิ่นเรื่องยาเสพติด ทำให้ทั้งตำรวจและดีเอสไอหาญกล้ามากขึ้น จนเกือบจะกลายเป็นการแข่งขันแย่งชิงผลงานกัน

ข้อที่สาม แม้เราจะอยู่ในยุคคอมพิวเตอร์และการสื่อสารแบบ 3จีแล้ว แต่เรื่องปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ ก็ยังไม่ล้าสมัย

ศาสนาอื่นๆ ก็มีเรื่องประเภทนี้ไม่แพ้พุทธศาสนาของเราเช่นกัน

ผมเห็นพระเณรคำครั้งแรกในทีวี นึกว่าเขาเอาคลิปผิดมาออกอากาศ เพราะคนเป็นหลวงปู่เหตุไฉนจึงดูหนุ่มแน่น ต่อมาจึงทราบว่าสมัยบวชเป็นเณรใหม่ๆ ชาวบ้านเห็นแต่ไกลคิดว่าเป็นพระแก่พรรษา จึงได้สมญาหลวงปู่ตั้งแต่บัดนั้น ซึ่งเรื่องแบบนี้จะจริงเท็จอย่างไรคงไม่มีใครทราบแน่ชัด

ส่วนที่บอกว่า เป็นหลวงปู่เพราะนับพรรษาจากการบวชเรียนในชาติก่อน ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร

สังเกตว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในหมู่ชาวบ้านเท่านั้น คนที่มีการศึกษาสูงในสังคมเมืองกรุงก็ไม่ได้แตกต่างกัน

พระเณรคำได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เมื่อมีอายุเพียงสามสิบเศษ คณะกรรมการที่ลงมติเรื่องนี้คงไม่ใช่กลุ่มคนที่ไม่มีความรู้อย่างแน่นอน

หนังสือ “นิพพานมีจริง” จัดพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกมาแล้ว 5 ครั้ง เพิ่งมาถูกสั่งเก็บหลังการพิมพ์ครั้งที่ 6 แม้จะมีเรื่องปาฏิหาริย์และการระลึกชาติ โดยในสมัยพุทธกาลได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่สปอนเซอร์ของหนังสือก็ตั้งคำถามว่า ใครจะบอกได้ว่าคนที่บำเพ็ญภาวนามานานจนระลึกชาติได้ไม่มีอยู่จริง

ข้อที่สี่ การมีเงินมากๆ และรู้จักวิธีใช้เงิน ทำให้คนมีสง่าราศี เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็น

คนรู้จักอีกคนเล่าให้ฟังว่า เมื่อเขาเห็นพระเณรคำก้าวลงจากรถโรลส์รอยซ์เป็นครั้งแรก เขาเกิดความอิ่มเอิบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมีบุญ ได้เห็นพระอรหันต์ตัวเป็นๆ

ผมอยากถาม แต่เกรงใจไม่กล้าถามว่า หากเป็นการก้าวลงจากรถปิกอัพหรือรถแท็กซี่ ความรู้สึกของเขาจะยังเหมือนเดิมหรือไม่

อาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้คนดิ้นรนไขว่คว้า หาสิ่งที่เป็นความหรูหรา แม้บางครั้งจะต้องทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมก็ยอม

ข้อที่ห้า คนที่พูดเก่ง แสดงออกเก่ง สามารถทำให้ตนเองดูมีสติปัญญา และเป็นที่น่าเชื่อถือ มากกว่าคนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้

ในหมู่สงฆ์ พระที่เทศน์เก่งๆ มีโอกาสโด่งดัง มีลูกศิษย์ลูกหา ตลอดจนได้รับเงินบริจาคร่วมทำบุญมากมาย

ในหมู่ข้าราชการ คนที่ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ มักจะต้องมีคุณสมบัตินี้ติดตัว

ส่วนนักแสดงหรือนักการเมืองคงไม่ต้องพูดถึง สิ่งอื่นที่พอจะทดแทนได้คือความเป็นเจ้าของ หรือเป็นนายทุนใหญ่

ข้อสุดท้าย มีคนเอาพระเณรคำไปเปรียบเทียบกับอดีตผู้นำที่หนีเงื้อมมือกฎหมายไปอยู่ต่างประเทศ ว่ามีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ จนไม่ทราบว่าใครเลียนแบบใคร

เริ่มตั้งแต่การไปซื้อบ้านอยู่ต่างประเทศ การมีเครื่องบินส่วนตัว มีบัญชีธนาคารและเงินในบัญชีแทบนับไม่ถ้วน ทำให้สามารถใช้จ่ายและเข้าออกประเทศต่างๆ ได้โดยสะดวก

ที่เหมือนกันที่สุดคือมีคนเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก แม้ตัวจะไม่อยู่ ถูกกฎหมายและสังคมตราหน้าว่ามีความผิด แต่ก็ยังมีคนคอยปกป้องและแก้ต่างให้

คนพูดบอกว่า สักวันอาจมีคนช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพระเณรคำ ทำให้สามารถกลับมาเป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์อีกครั้งหนึ่ง...

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน