
ความจริงเรื่องตระกูล ส. (3) กำเนิด สสส.
องค์กรลูกแห่งแรกของ สวรส. ที่ก่อกำเนิดและเติบโตจนมีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุขทุกวันนี้ คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
องค์กรลูกแห่งแรกของ สวรส. ที่ก่อกำเนิดและเติบโตจนมีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุขทุกวันนี้ คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดิมงานด้านสร้างเสริมหรือส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion) อยู่ในกรมอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ทำหน้าที่รับความรู้และเทคโนโลยีจากตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศไทย ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของการก่อตั้งกระทรวงสาธารณสุข เช่น การสอนให้คนไทยกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ การรักษาความสะอาดโดยการใช้สบู่ซักผ้าและถูตัว การให้สุขศึกษาเพื่อป้องกันโรคระบาด มีคำกลอนที่มีชื่อเสียงในการต่อสู้กับอหิวาตกโรค คือ “อหิวาต์กำเริบ ล้างมือก่อนเปิบ ด้วยน้ำประปา ผักดิบผักสด งดเสียดีกว่า หากใช้น้ำท่า จงต้มเสียก่อน อาหารหวานคาว เมื่อกินทุกคราว เลือกแต่ร้อนร้อน น้ำคลองต้องค้าน อาหารสำส่อน จำไว้ใคร่สอน กินให้ดีเอย” (ประพันธ์โดย “ครูเหลี่ยม”) งานวางแผนครอบครัวก็ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
ต่อมา ปัญหาสาธารณสุขทวีความยากและซับซ้อนมากขึ้นๆ เพราะโรคที่เป็นปัญหาของประชาชนเปลี่ยนจากโรคติดเชื้อที่แก้ได้ด้วยยา วัคซีน และการปรับพฤติกรรมอย่างง่ายๆ ไปเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ยากและซับซ้อนขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศ การลดการบริโภคของที่มีรสอร่อย เพิ่มการออกกำลังกาย ลด ละ เลิก สิ่งเสพติด เช่น บุหรี่ เหล้า ซึ่งล้วนเป็นเรื่องยาก เช่น เรื่องเหล้า พระพุทธเจ้าเทศนาสั่งสอนมากว่า 2,500 ปีแล้ว เหล้าก็ยังเป็นปัญหาในทุกสังคมรวมทั้งสังคมพุทธ
ปัญหา “สุขภาพ” เหล่านี้ เป็นที่ชัดเจนว่า ลำพังกระทรวงสาธารณสุขย่อมไม่สามารถแก้ไขได้ จำเป็นต้องขยายวงให้ทุกภาคส่วน
เข้ามาร่วมมือทำหน้าที่ เช่น เรื่องอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงสาธารณสุขจะรับหน้าที่ตรงปลายเหตุ คือการรักษาพยาบาลเป็นหลัก ขณะที่ปัญหาดังกล่าว จุดสำคัญอยู่ที่การป้องกัน ซึ่งต้องทำตั้งแต่ 1) วิศวกรรมการจราจร เช่น ปรับปรุงถนนหนทาง จุดตัดทางแยก สัญญาณไฟจราจร 2) พฤติกรรมการขับขี่ยวดยาน เช่น การควบคุมความเร็ว การใช้เข็มขัดนิรภัย การใช้หมวกกันน็อค เมาไม่ขับ ดื่มไม่ขับ 3) การบังคับใช้กฎหมาย เช่น การเข้มงวดในการออกใบขับขี่ การจับ การปรับ การอบรมกรณีกระทำผิด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องนอกกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น
ผู้มีส่วนสำคัญที่มองเห็นปัญหานี้ และทำงานผลักดันอย่างต่อเนื่องจนเกิด สสส. คือ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ซึ่งพื้นฐานเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ เริ่มต้นจากการดูแลรักษาผู้ป่วยจำนวนมากที่ป่วยเพราะการสูบบุหรี่ จนในที่สุดก็ขยายบทบาทจากการรักษามาสู่การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ทำให้พบว่า เรื่องโรคจากบุหรี่เรื่องเดียว จะต้องรณรงค์ต่อสู้กับธุรกิจบุหรี่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งมีพลังเงินและอิทธิพลล้นเหลือ แต่ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ (Crusading Spirit) ทำให้งานรณรงค์เรื่องบุหรี่ในประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและทั่วโลก
จากประสบการณ์เรื่องบุหรี่ ทำให้นายแพทย์ประกิต ได้รู้จักกับองค์กรด้านสุขภาพในบางประเทศ เช่น ในบางรัฐของออสเตรเลีย และสหรัฐที่เก็บ “ภาษีบาป” (Sin tax) คือภาษีบุหรี่มาทำกุศล คือรณรงค์เรื่องบุหรี่ โดยเก็บภาษีส่งตรงให้หน่วยงาน ไม่ต้องให้หน่วยงานไปของบประมาณจากรัฐสภาตามระบบปกติ ซึ่งย่อมถูกขัดขวางจากธุรกิจบุหรี่ ทำให้งบประมาณถูกตัดทอนหรือถูกบีบจนทำงานไม่ได้
ประสบการณ์ดังกล่าว ได้นำมา “ต่อยอด” ใน 2 ส่วน คือ 1) ขยายภาษีบาปจากบุหรี่ เป็นเก็บจากเหล้าด้วย ผู้ที่สมควรต้องบันทึกไว้ ณ ที่นี้ว่า เป็นผู้เสนอแนวคิดอันเป็นกุศลยิ่งนี้คือ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ 2) ให้นำภาษีบาปมาทำงานเรื่องสุขภาพโดยรวม ไม่ทำแค่เรื่องบุหรี่และเหล้าเท่านั้น ในฝ่ายกระทรวงการคลังผู้ที่มีส่วนสำคัญในการยอมให้กฎหมายนี้ผ่านออกมาคือ นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีคลัง และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม์ รัฐมนตรีช่วยคลัง ในที่สุดรัฐสภาก็ผ่านพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อ พ.ศ. 2544 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนผลักดันสำคัญคือ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
ต้องชื่นชมคณะกรรมการ และผู้บริหาร สสส. ชุดแรก ที่ได้วางรากฐานการทำงานไว้อย่างดี ทำองค์กรให้มีขนาดกะทัดรัด เพื่อมิให้เงินไป “จม” อยู่กับค่าใช้จ่ายด้านบริหาร เงินส่วนใหญ่จะได้ไปสู่ประชาชน ปัจจุบัน สสส. ดูแลเงินงบประมาณปีละกว่า 3 พันล้าน โดยมีเจ้าหน้าที่เพียงร้อยเศษ ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา มีโครงการต่างๆ ทั้งสิ้นกว่า 12,000 โครงการ และมีภาคีต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม องค์กร หน่วยงานต่างๆ ทั้งพระ และฆราวาส ร่วมทำโครงการต่างๆ กว่า 12,000 ภาคี
ผลงานเป็นที่ประจักษ์มีมากมาย อัตราการสูบบุหรี่ลดลงต่อเนื่อง การดื่มเหล้าที่เคยพุ่งสูงขึ้นทุกปี ปัจจุบันเริ่มลดลง ช่วงเจ็ดวันอันตรายในเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ที่เคยตายถึงปีละกว่า 800 คน ลดลงเหลือ 300 เศษ เกิดค่านิยมให้เหล้าเท่ากับแช่ง รับน้องใหม่ปลอดเหล้า แข่งเรือประเพณีปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า ฯลฯ
ขณะเดียวกัน ก็มีข้อกล่าวหาต่อ สสส. ว่าเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” ให้แก่องค์กรที่ต่อต้านทักษิณ ข้อกล่าวหานี้มีมาตั้งแต่ครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี จนมีความคิดจะยุบ สสส. หรือควบรวม
สสส. เข้าไปอยู่ใน สปสช. โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ในฐานะประธาน สสส. โดยตำแหน่ง เคยไปประชุมคณะกรรมการและเสนอความคิดนี้ด้วยตนเอง แต่เมื่อได้ฟังคำชี้แจงแล้ว ความคิดนี้ก็จบไป ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบแล้วจะพบว่าบางองค์กรที่รับการสนับสนุนจาก สสส. และมีกิจกรรมที่ “ไม่เอาทักษิณ” นั้น มีอยู่จริง แต่ก็เป็นกิจกรรมอิสระขององค์กรเหล่านั้น มิใช่กิจกรรมในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. และความจริงแล้วก็มีหลายองค์กรที่รับการสนับสนุนจาก สสส. และมีกิจกรรมในส่วนอื่นที่สนับสนุนทักษิณ ฉะนั้นประเด็นนี้จึงต้องพิจารณาอย่างแยกแยะ ไม่ควรเหมารวม
อีกหนึ่งข้อกล่าวหาก็คือ สสส. สนับสนุนภาคีที่เป็น “พรรคพวก” ในกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ก็ไม่เป็นความจริง ทุกปี สสส. ต้องรายงานต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และต้องถูกตรวจสอบโดย สตง. ซึ่งสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ ได้อย่างกระจ่างทั้งสิ้น







