posttoday
วินัยไม่เคยรักษา ผู้ย่ำยีวินัย

วินัยไม่เคยรักษา ผู้ย่ำยีวินัย

14 กรกฎาคม 2556

ขาดจากความเป็นพระไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ “หลวงปู่เณรคำ” ด้วยสาเหตุเยอะแยะ คงไม่ต้องไปอธิบายกันแล้ว

ขาดจากความเป็นพระไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ “หลวงปู่เณรคำ” ด้วยสาเหตุเยอะแยะ คงไม่ต้องไปอธิบายกันแล้ว สิ้นสุดชีวิตในผ้าเหลืองไว้ที่ 2829 ปี (บวชเณรตั้งแต่ปี 2537)

ขาดจากความเป็นพระเพราะความผิดที่ตัวเองก่อขึ้นทั้งสิ้น ทั้งที่ชีวิตในช่วงของการบวชเป็นสามเณรดูเป็นชีวิตที่มีความสว่างไสว แต่เมื่อบวชเป็นพระความมืดปกคลุม

อย่างนี้เขาเรียกว่า ชีวิตที่สว่างมาแล้วก็ดับไป ซึ่งน่าเสียดายอย่างยิ่ง แทนที่สว่างมาแล้วจะอาศัยแสงสว่างนั้นนำทางให้ชีวิตสว่างต่อไป

สะท้อนให้เห็นภาพอย่างหนึ่งในสังคมสงฆ์ปัจจุบันว่า คนบวชนานและอยู่ในผ้าเหลืองนานๆ ใช่ว่าจะเป็นคนดี ตั้งมั่นอยู่ในธรรมและวินัยหมดทุกคน

บางรูปก็อาจจะเป็นอย่างหลวงปู่เณรคำก็ได้ เพียงแต่ไม่มีใครรู้ หรืออาจจะมีคนรู้ แต่ไม่รู้แพร่หลาย เพราะยังไม่มีใครแฉและยังไม่เป็นข่าวอย่างหลวงปู่เณรคำ ที่คนรู้ทั้งบ้านทั้งเมือง

คนบวชนานรู้ธรรมและวินัยดี ใช่ว่าจะประพฤติปฏิบัติตั้งมั่นในธรรมและวินัยกันทุกคน เพราะในสังคมไหนๆ ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี

อดีตพระชื่อดังหลายๆ คน หรือแม้แต่พระวิรพลเป็นตัวอย่าง

ซึ่งจะบอกว่าคนเหล่านี้ไม่รู้ธรรมรู้วินัย คำสอนและบทบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงและบัญญัติไว้ ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะเที่ยวสอนชาวบ้านเขาไปทั่วอย่างนั้นอย่างนี้

แต่มีอย่างหนึ่งที่อยากบอก ซึ่งเป็นความจริงไม่มีเปลี่ยนแปลง

ก็คือธรรมของพระพุทธเจ้าย่อมรักษาผู้ที่ประพฤติตามอย่างดี วินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ย่อมเป็นเกราะคุ้มครองชั้นเยี่ยมต่อผู้ที่ไม่ล่วงละเมิด

ลองคิดดู...ใครที่ละเมิดพระวินัยหรือสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ เสร็จทุกราย เพราะวินัยไม่มีวันรักษาคุ้มครองคนที่ละเมิดแน่นอน

ดังนั้น รูปไหนบวชมาแล้วถ้ามีความเคารพในธรรมและวินัย รูปนั้นก็จะเป็นผู้ที่อันธรรมและวินัยรักษา คุ้มครองรักษา

แม้จะถูกใส่ร้ายป้ายสียังไงก็ไม่สะท้านสะเทือน และไม่มีใครเอาผิด ไม่มีใครเอาโทษเอาภัยมาโยนใส่ให้มัวหมองได้ เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ที่มีธรรม เพราะวินัยย่อมรักษาผู้มีวินัย

แต่ถ้ารูปไหนบวชแล้วไม่มีความเคารพยำเกรงในธรรมและวินัยเลย เช่น ต้องอาบัติเล็กน้อยอยู่เป็นอาจิณ ต้องอาบัติหนักแต่ไม่บอกสงฆ์ปกปิดไว้

หรือละเมิดสิกขาบทหนักขั้นขาดจากความเป็นพระ ก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ในผ้าเหลือง โดยไม่รู้จักความละอายชั่วกลัวบาป อาศัยผ้าเหลืองอยู่

บอกตรงๆ ไม่รอดสักราย รายไหน รายนั้น!!

ถือเป็นบุคคลผู้พ่ายแพ้หมดสิ้น หาความเจริญในเพศบรรพชิตไม่ได้อีกต่อไป ครั้นอยู่ในเพศฆราวาสก็ไม่มีคนนับถือ เสียชื่อเสียงตนเองและวงศ์ตระกูล ถูกติฉินนินทา เป็นที่อับอายขายหน้า

ถ้าบุคคลที่ขาดจากความเป็นพระแล้ว หรือจงใจละเมิดสิกขาบทน้อยใหญ่อยู่เสมอ หากยังอยู่ในพระศาสนาก็ถือว่าเป็นมหาโจรปล้นศาสนา!

คนเรามีทางให้เลือกเดินเสมอ อยู่ที่จะเลือกเดินทางไหน?

ถ้าเป็นพระแล้วรู้สึกว่า ไม่อาจที่จะรักษาธรรมวินัยไว้ได้ ก็อย่าอยู่เลย ให้รีบออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ผู้บวชก็จะไม่มัวหมอง แล้วก็จะไม่กระเทือนถึงศาสนา ไม่ต้องหลอกชาวบ้าน คนทำบุญเขาก็จะได้บุญ

แต่ถ้ายังขืนอยู่ในผ้าเหลืองต่อไป บอกตรงๆ อาจต้องมีชะตากรรมเดียวกับหลวงปู่เณรคำ และอีกหลายๆ คนในอดีตที่เป็นตัวอย่างให้เห็น บางคนก็ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถกลับมาอยู่เมืองไทยได้

ใครที่ทำชั่วแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในเพศไหน สูงศักดิ์แค่ไหน ก็ไม่มีทางหนีพ้นกรรมชั่วไปได้ เฉกเช่นความตายก็ไม่มีใครหน้าไหนหนีพ้นได้สักคนเดียวในโลกนี้

เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตฺรฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา

ไม่ว่าจะอยู่บนท้องฟ้า ไม่ว่าท่ามกลางสมุทร ไม่ว่าในหุบเขา ไม่มีแม้แต่แห่งเดียวที่ผู้ทำกรรมชั่วอาศัยอยู่จะหนีพ้นกรรมไปได้ (แม้สักคนเดียว)

ต่อให้อดีตหลวงปู่เณรคำหลบลี้หนีความผิดที่ต่างประเทศ ไม่ยอมกลับเมืองไทย ธรรมวินัยก็ไม่สามารถรักษาเขาไว้ได้ เพราะขาดจากความเป็นพระไปแล้ว ซ้ำจะต้องรับโทษอาญาทางกฎหมายบ้านเมืองอีก

บอกให้รู้ ธรรมวินัยไม่เคยรักษาอุ้มชูคนที่ตั้งใจย่ำยีธรรมวินัย คนทำชั่วย่อมหนีชั่วไม่พ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI