
ดินถล่มทับร้านสามเหลียมทองคำพัง10ร้าน
เหนือฝนตกหนักดินถล่มทับร้านค้าสามเหลี่ยมทองคำพังเสียหาย10 ร้านไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เหนือฝนตกหนักดินถล่มทับร้านค้าสามเหลี่ยมทองคำพังเสียหาย10 ร้านไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายจำรัส โกฏิยี่ นายกเทศมนตรี ต.เวียง อ.เชียงแสน และ พ.ต.อ.มานพ เสนากูล ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียง ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปให้การช่วยเหลือเจ้าของร้านค้าสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ตั้งอยู่ชายแดนไทย-พม่า-สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวก หลังเกิดเหตุดินโคลนถล่มทับร้านค้าได้รับความเสียหาย 10 ร้าน เนื่องจากบริเวณชายแดนไทย-พม่า-ลาว ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินอุ้มน้ำไม่สามารถรับน้ำหนักไหวจึงพังทลายทับร้านค้าดังกล่าว
ทั้งนี้สำหรับร้านค้าที่ประสบเหตุเป็นร้านที่ตั้งเรียงรายอยู่ติดถนนเรียบแม่น้ำโขงจาก อ.แม่สาย-เชียงแสน โดยตั้งหลังพิงเนินดินของวัดภูเข้า ต.เวียง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าชั้นเดียวสร้างด้วยคอนกรีตและหลังคามุงกระเบื้อง จำหน่ายสินค้าชายแดนโดยเฉพาะเสื้อผ้าและสิ่งทอพื้นเมือง ในปัจจุบันมีการตั้งเรียงรายไปตามขอบถนนรวมจำนวนทั้งหมดประมาณ 115 คูหา แต่ช่วงที่ถูกดินถล่มทับเป็นช่วงอาคารตอนกลางพอดี ทำให้มีร้านค้าที่ถูกดิบถล่มลงมาทับจนเสียหายจำนวน 10 ร้านค้าและมีผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจำนวน 8 รายโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากช่วงเกิดเหตุตอนเช้าตรู่ของวันนี้
นอกจากนี้ดินยังได้ทับหลังคาแตกและทะลักเข้าไปภายในร้านประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้กลายเป็นดินโคลน ส่งผลทำให้สินค้าภายในร้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แต่ไม่มีผู้ประกอบการหรือลูกค้าที่ไปหาซื้อสินค้าได้รับอันตรายเพราะช่วงเกิดเหตุฝนตกและไม่มีผู้คนพลุกพล่าน กระนั้นก็ทำให้ต้องหยุดกิจการไปโดยทันทีและผู้ประกอบการร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันใช้จอบเสียมขุดดินเพื่อจะนำสินค้าออกมาจากใต้กองดิน ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการร้านค้าอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียงหลายร้านต่างพากันเก็บสินค้าและปิดร้านเพราะเกรงว่าดินจะถล่มลงมาอีก
น.ส.รัตนา หน่อพรม เจ้าของร้านรัตนาชาสามเหลี่ยมทองคำ กล่าวว่า ร้านเปิดจำหน่ายสินค้าประเภทชาและขนมขบเคี้ยวประเภทผลไม้แห้ง เสื้อผ้า จำนวน 2 คูหา ซึ่งผลจากดินถล่มลงมาทับร้านทำให้สินค้าในร้านเสียหายทั้งหมดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมาก







