
ผ่าคลิปเสียงชำแหละแผนเหนือเมฆ
ถ้าคลิปเสียงคล้ายกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ถ้าคลิปเสียงคล้ายกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันที่ 6 ก.ค. เป็นเพียงการสนทนากันตามปกติ ก็คงจะไม่เป็นปัญหาเหมือนในปัจจุบัน
แต่ในเมื่อมีเนื้อหาบางท่อนบางตอนที่ไปเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองในหลายมิติ ผลที่ตามมาคือ แรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่รัฐบาล
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีรูปแบบใดบ้าง “ทีมข่าวการเมือง” จึงได้จำแนกออกมาทีละประเด็นดังนี้
1.การออกกฎหมายนิรโทษกรรม
บทสนทนาดังกล่าวพูดถึงแนวทางการนิรโทษกรรมเอาไว้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือ มีแนวคิดที่จะเสนอให้สภากลาโหมและสภาความมั่นคงผลักดันการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในรูปแบบร่างพระราชบัญญัติผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หรือใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลใช้อำนาจตราเป็นพระราชกำหนด
เพียงแต่เงื่อนไขนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำเหล่าทัพในปัจจุบันจะเอาด้วยหรือไม่เท่านั้น
“ในสภากลาโหมนี่ ก็ใช้วิธีว่า เอ้ย! สภาความมั่นคง ก็ใช้วิธีเข้าไป เสร็จปุ๊บ เนี่ย หน้าตาเป็น พ.ร.บ. และก็ในสภากลาโหมก็ไม่ต้องออกข่าว แต่บอกให้รู้ว่า ถ้าเพื่อความรวดเร็วและไม่วุ่นวาย น่าจะเป็น พ.ร.ก.อะไรอย่างนี้” (เนื้อหาจากคลิปเสียงตอนที่ 1)
2.ปฏิบัติการล้างบางกองทัพ
ภายในบทสนทนาครั้งนี้ได้พูดถึงผู้นำเหล่าทัพเอาไว้อย่างมีนัยสำคัญ ว่า ในปี 2557 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในกองทัพ เพราะจะมีผู้บัญชาการกองทัพหลายนายเกษียณอายุราชการในปีดังกล่าว
ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. รวมไปถึงการวางตัวให้ พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง ประธานที่ปรึกษากองทัพเรือ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการคนใหม่ หลังจาก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ เตรียมลงจากตำแหน่งในเดือน ก.ย.นี้
“พอ 2557 ตั้งเอาเองเลย... ไม่ต้องนั่นเลย ผมก็บอกมันนะครับ ผบ.สูงสุด กับ ผบ.ทบ. ผมเพิ่งบอก เฮ้ยปี 2557 นี่นะ อย่างอั๊วเลิกทำงานนะ อั๊วคิดว่าอั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้านายอั๊วกลับแล้ว คราวนี้ต้องตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้นลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 2557 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา” (เนื้อหาจากคลิปเสียงตอนที่ 3)
3.พึ่งบารมี ‘ป๋า’ กลับไทย
ช่วงหนึ่งของบทสนทนามีการพูดคำว่า “ท่านป๋า” ซึ่งอาจหมายถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ด้วยการยืนยันว่า หากได้กลับประเทศยืนยันจะไม่แก้แค้นใครและขอวางมือทางการเมือง แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ขอให้ตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่ยุ่งกับการเมืองอีก
“ป๋าบอกมาเลย ผมไม่ได้ไปติดใจ ไม่ได้คิดจะไปแก้แค้นใคร จริงๆ แล้วอยากจะจบชีวิตแบบสบายๆ...เอาอย่างงี้สิ บอกอย่างงี้สิ วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มันก็เหมือนโดนหนีบไว้ทางอ้อม” (เนื้อหาจากคลิปเสียงตอนที่ 3)
4.ตีซี้ ‘บิ๊กทหารพม่า’ หวังคว้าทวาย
นอกเหนือไปจากเรื่องการเมืองในไทยที่เป็นสาระหลักของการสนทนาแล้ว ปรากฏว่าได้พูดถึงโครงการทวายในพม่า ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังให้ความสนใจด้วย โดยได้ระบุว่าโครงการนี้จะสำเร็จได้จะต้องเข้าหา “พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า
“มิน อ่อง ลาย เป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย แล้วเต็งเส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ ผบ.สูงสุดเขากับ ผบ.สูงสุดของไทย มันมาเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงานหนึ่ง เป็นงานต่างประเทศ” (เนื้อหาจากคลิปเสียงตอนที่ 2)
อีกบทพิสูจน์หนึ่งที่จะบอกว่าคลิปเสียงนี้เป็นของจริงหรือไม่ อาจไม่อยู่ที่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าแผนการทั้งหมดที่ได้วางเอาไว้ตามนั้นจะเกิดขึ้นจริงตามที่มีคลิปเสียงออกมาหรือไม่มากกว่า







