
ฝนตั้งเค้า
....แม่ไม้มวยวัด
และแล้ว “พ่อทูนหัว” ของรัฐบาลมาร์คก็ออกโรงจนได้ คำขู่ของแกนนำพันธมิตรฯ ที่ดาหน้าออกมาประกาศขีดเส้นตายรัฐบาล ให้กำราบปราบคนเสื้อแดงภายใน 7 วัน หาไม่แล้วคนเสื้อเหลืองจะออกมาชักธงรบ
ฟังแล้วชวนให้ขนหัวลุกซู่...
แทบไม่อยากจินตนาการต่อเลยว่า หากครบกำหนดวันยื่นคำขาดแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น
ภาพความหายนะเริ่มตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง บรรยากาศสงครามกลางเมืองจะเข้ามาครอบงำประเทศอย่างแน่นอน
เงื่อนไข 7 วันอาจจะนานเกินไปด้วยซ้ำ เพราะอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเร็วกว่าที่คิด ไม่นานเกินรอ
อย่าลืมว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองก่อนหน้านี้ก็สร้างความวิบัติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ใช่ว่าจะ “สงบสันติอหิงสา” อย่างที่เอ่ยอ้าง
ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ติดตราตรึงใจมากที่สุดก็คือการบุกยึดสนามบิน จนถูกตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย หรือแม้กระทั่งทำเนียบรัฐบาลก็เคยถูกยึดจนกลายสภาพเป็นปลักควายมาแล้ว ยังไม่นับความเสียหายภายในที่ต้องควักเงินภาษีประชาชนมาสังคายนาครั้งใหญ่
หากครั้งนี้คนเสื้อเหลืองแหย่เท้าเข้ามาอีก ความหายนะจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
หลับตาทำนายได้เลยว่า...บรรลัยลูกเดียว
จะว่าไปแล้วอาการ อึดอัดเก็บกดคันไม้คันมือ อยากกระโดดออกมาร่วมวง “สหบาทา” รุมยำประเทศ ไม่ใช่เกิดขึ้นกับเฉพาะกลุ่มคนเสื้อเหลืองเท่านั้น
แต่ยังมีอีกหลายกลุ่มองค์กรเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อชมพู เสื้อลายดอก เสื้อหลากสี ก็พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาทุกเมื่อด้วยเช่นกัน
เหตุเพราะเบื่อหน่ายกับท่าทีของรัฐบาลที่กระมิดกระเมี้ยน จนไม่สามารถฝากความหวังอะไรได้
ลำพังในค่ายทหารราบ 11 ก็เต็มไปด้วยทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ เดินปะปนแทรกซึมอยู่เต็มไปหมด จนไม่รู้ใครเป็นใคร บางคนผูกเนกไทเหลือง แต่อาจนุ่งกางเกงในสีแดง ใครจะไปรู้
เมื่อไม่สามารถไว้ใจใครได้ ก็อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะไว้วางใจรัฐบาลในการนำพารัฐนาวาลำนี้ให้เคลื่อนต่อไปข้างหน้าได้
พลังเงียบทั้งหลายจากที่เคยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่อย่างนิ่งสงบ จึงเริ่มส่งเสียงออกมาดังๆ
เวลานี้บ้านเมืองยุ่งเหมือนยุงตีกัน กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องออกมารวมตัวกันชุมนุมเสียเอง
ภาวะเช่นนี้สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิด “ม็อบชนม็อบ”
สงครามขนาดย่อมๆ จะกระจายไปตามชุมชนเมือง การกระทบกระทั่งจะขยายวงออกไปทุกหัวระแหง
เหตุปะทะเมื่อวันที่ 10 เมษา เป็นเพียงปฐมบทของความรุนแรง ทุกฝ่ายวางอาวุธลงชั่วขณะ และพร้อมจะกลับมาจับอาวุธรบกันใหม่
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ชุลมุนอีนุงตุงนัง ฝุ่นตลบจนแทบมองไม่เห็นทางออก แหงนหน้ามองฟ้า เห็นแต่เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนดำ
น้ำตาฝนจะหล่นจากฟ้าอีกครั้ง...







