
หลอกเซียนพระฉกวัตถุมงคลชื่อดัง 7แสน
กองปราบรวบโจรหาเหยื่อจากหนังสือวัตถุมงคลอ้างขอเช่าพระเครื่องรุ่นดังก่อนขโมยคาบ้านเซียน
กองปราบรวบโจรหาเหยื่อจากหนังสือวัตถุมงคลอ้างขอเช่าพระเครื่องรุ่นดังก่อนขโมยคาบ้านเซียน
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. เปิดเผยการจับกุม นายกีรติ ตะเภาพงษ์ หรือเอฟ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 63 ต.บางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. หลังขโมยพระเครื่องจากเซียนพระชื่อดังย่านพุทธมลฑลสาย 2 ราคากว่า 7 แสนบาท ภายในลานจอดรถวัดมหาธาตุราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ท่าพระจันทร์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมหลอกลวงโดยหาเหยื่อจากคนที่ลงประกาศขายพระเครื่องตามหนังสือพระต่างๆ จากนั้นจะโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายเพื่อขอนัดดูพระเครื่อง โดยเจาะจงเลือกเป้าหมายเป็นเหยื่อที่มีอายุมาก และไม่ถนัดที่จะประกาศขายทางเว็บไซต์
“ผู้ต้องหารายนี้จะติดต่อนัดไปขอดูพระเครื่องรุ่นดังและมีราคาแพงที่มีการประกาศขายจากหนังสือพระเครื่อง ถึงที่บ้านของเซียนพระคนนั้น เริ่มจากทำทีสนใจและซื้อพระเครื่องบางรุ่นที่ราคาไม่สูงมากไว้ก่อน โดยดูลาดเลาที่อยู่ทางหนีของบ้านเหยื่อเอาไว้ด้วย หากเห็นว่าสะดวก อีกประมาณ 1 สัปดาห์ นายเอฟจะวางอุบายเอาพระเครื่องมาคืนโดยยอมโดนหักเงิน ตามที่ตกลงกันไว้ว่าถ้าไม่พอใจพระเครื่ององค์นั้นต้องโดนหักเงินจากราคาที่จ่ายมา10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อได้เงินคืนมาแล้วอีกหลายวันต่อมาจึงจะโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาเหยื่ออีกครั้ง อ้างว่าอยากขอดูและซื้อพระเครื่องของเหยื่ออีก คราวนี้เมื่อมาถึงก็ทำทีขอดูพระเครื่องราคาสูงหลายองค์ ระหว่างที่หยิบพระมาส่องก็อ้างว่าขอเอาพระไปดูตำหนิกลางแดดให้ชัดเจนอีกทั้งจะไปหยิบเงินที่อยู่ในรถ ก่อนฉวยโอกาสฉกพระเครื่องที่ถือไปในมือหลบหนีไปทันที” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าว
พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าวอีกว่า คนร้ายเลือกเหยื่อที่เป็นเซียนพระอาวุโสในวงการ อายุมาก คนอาศัยในบ้านไม่มากและเส้นทางการหลบหนีสะดวก เนื่องจากตอนก่อเหตุนั้นคนที่อายุมากแล้วมักจะไม่กล้าวิ่งตามเพราะเกรงจะถูกทำร้าย หรือร่างกายไม่แข็งแรง ประเด็นสำคัญคือพฤติกรรมของผู้ต้องหาเลือกเหยื่อเซียนพระที่เลือกใช้ประกาศขายในหนังสือพระ ซึ่งเป็นรูปแบบแบบเดิมๆ ไม่ถนัดใช้ช่องทางอินเตอร์เนต และเชื่อว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยพระเครื่องที่ถูกแกะรอยตามกลับมาได้ครั้งนี้เป็นของเฮียปลาบู่ ที่รายงานข่าวจราจรให้ จส.100 หรือเซียนสุรพล
“พระเครื่องที่นายกีรติ หรือเอฟ ได้หลอกลวงไปเป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเล่นพระ ซึ่งสวยงามระดับประกวดและราคาแพง จากกรณีนี้ผู้เสียหายถูกขโมยไป 4องค์ ประกอบด้วย 1.พระผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง พิมพ์หัวเล็ก 2. หลวงปู่ทวดหลังเตารีด เนื้อโลหะพิมพ์เล็ก หน้าแหงนใหญ่ 3.หลวงปู่ทวดพิมพ์กลีบบัว และ 4.หลวงปู่ทวดพิมพ์วอจุด ราคาทั้งหมดประมาณ 7 แสนบาท เบื้องต้นยังตามกลับมาได้ไม่ครบทั้ง4องค์ แต่ข้อมูลทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นเซียนพระที่มีชื่อเสียงหลายคนที่ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกลวงอาจจะไม่กล้ามาแจ้งความ บางรายกลัวเสียชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือ ก็สามารถมาดูตัว นายเอฟ ผู้ต้องหาได้ที่ สน.หลักสอง” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าว
ด้าน นายกีรติ ยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุขโมยพระเครื่องจริง แต่เพิ่งทำครั้งแรก หลังจากขโมยพระเครื่องมาได้นั้น ก็นำไปจำหน่ายที่ห้างย่านงามวงศ์วาน ห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา แผงพระท่าพระจันทร์ และร้านละแวกตลาดราชวัตร
“มีพี่คนที่ผมรู้จักเขาพาไปขาย พอไปถึงห้างก็โทรให้คนจะซื้อลงมาดูพระและซื้อนำเงินลงมาจ่าย เฉพาะหลวงปู่ทิมองค์นั้นผมขายถูกๆได้เงินมา 2.5หมื่นบาท เงินที่ได้นำมาใช้จ่ายหนี้พนันไฮโล และมีลูกอายุ 5เดือนที่ต้องดูแล ส่วนตัวไม่ได้ทำอาชีพอะไร" นายกีรติ กล่าว
นายกีรติ กล่าวอีกว่า เคยซื้อพระเครื่องจากท่าพระจันทร์ในราคา 150บาท เอามาใส่กรอบทอง แล้วนำไปขายได้ 1 แสนบาท โดยศึกษาการดูพระเครื่องมาแล้ว 2ปีจากคนที่มีความรู้ ส่วนตัวถนัดการดูพระเครื่องเหรียญหลวงปู่ทวดกับหลวงปู่ทิมเท่านั้น
"โดยในวันที่ก่อเหตุผมตั้งใจจะเข้าไปซื้อพระเครื่ององค์นั้นจริง แต่ไม่มีเงินพอ เลยก่อเหตุดังกล่าว” นายกีรติกล่าว







