posttoday
โยนหน่วยงานรัฐแพะจำนำ"สุภา"ติดบอาร์โค้ดข้าว

โยนหน่วยงานรัฐแพะจำนำ"สุภา"ติดบอาร์โค้ดข้าว

04 กรกฎาคม 2556

สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า สามารถใช้วิธีการติดบาร์โค้ดที่กระสอบข้าวแก้ปัญหาการทุจริตและติดตั้งเครื่องอ่านที่ประตูโกดังเก็บข้าว ก็จะรู้ว่ามีการนำข้าวเข้าและออกแต่ละล็อตไปเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำข้าวที่ไม่ได้ติดบาร์โค้ดเข้ามาได้ ปัจจุบันใช้วิธีการตรวจนับ ซึ่งทำไม่ทัน

สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า สามารถใช้วิธีการติดบาร์โค้ดที่กระสอบข้าวแก้ปัญหาการทุจริตและติดตั้งเครื่องอ่านที่ประตูโกดังเก็บข้าว ก็จะรู้ว่ามีการนำข้าวเข้าและออกแต่ละล็อตไปเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำข้าวที่ไม่ได้ติดบาร์โค้ดเข้ามาได้ ปัจจุบันใช้วิธีการตรวจนับ ซึ่งทำไม่ทัน

นอกจากนี้ ควรทำทะเบียนเกษตรกรว่ามีพื้นที่ทำนาเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้มีช่องโหว่การทุจริตน้อยลง หากรัฐบาลอยากรู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลในโครงการจำนำข้าว ก็ตรวจสอบได้โดยนำบันทึกย้อนหลังมาดูว่าชาวนาคนไทยเอาข้าวมาจำนำเท่าไหร่ และเอาปริมาณข้าวไปแมตชิ่งกับพื้นที่ปลูกข้าวก็จะรู้ว่ามีการนำข้าวมาจำนำเกินพื้นที่หรือไม่ เรื่องนี้ทำได้ง่ายมาก อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะทำหรือไม่

พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ระบุว่า คำพูดของ สุภา มีส่วนจริง แต่เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่โครงการฯ และจากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานที่บกพร่องมากที่สุดคือ อ.ต.ก. อคส. และกรมการค้าภายใน (คน.) หากการสอบสวนพาดพิงถึงใคร ถึงหน่วยไหนก็ต้องว่ากัน

ด้าน วิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า เตรียมเชิญ สุภา มาให้ข้อมูลตัวเลขผลขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวและปัญหาการทุจริตในภาพรวม

ขณะที่ ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีและโกดังเก็บข้าวทั่วประเทศเพื่อหาข้อมูลการลักลอบนำข้าวไปสวมสิทธิและปัญหาข้าวเน่าว่าเกิดจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของรัฐบาลคือทำให้ราคาข้าวเปลือกพุ่งไปสูง 3040% แต่ข้าวสารราคาเท่าเดิม เพราะรัฐบาลรวบรัดข้าวมาอยู่กับตัวเอง ทำให้ราคาข้าวสารนิ่ง แต่ข้าวเปลือกแพง ซึ่งปัญหา 2 ปีที่ผ่านมการรับจำนำเป็นการหากินของพวกที่อาศัยการเมืองกอบโกยหากินทางออกระยะสั้นพูดลำบาก เพราะรัฐบาลกำลังหันซ้ายหันขวาหาทางออกจากนโยบายตัวเองวันต่อวัน แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ซึ่ง 23 ปีข้างหน้าจะต้องเจ็บปวด

“2 ปีที่ผ่านมา ไทยระบายข้าวไม่ได้ ส่งออกไม่ได้ เพราะบางตลาดเห็นว่าคุณภาพข้าวไทยเสื่อมลง มีการเก็บข้าวไว้นานเกินไป ทางออกการขายข้าวและรักษาตลาดข้าว รัฐบาลต้องแกล้งลืมสต๊อกข้าว 17 ล้านตันไปเลย แล้วเอาข้าวใหม่ที่เข้าโครงการไปขาย จากนั้นค่อยหาทางระบายข้าวเสื่อมคุณภาพออกไปภายหลัง ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก” นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ระบุ

การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ชาวนาไทยปลูกข้าวเฉลี่ย 454.4 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ชาวนาเวียดนามทำได้ 896 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้ ไทยผลิตข้าว 1 ตัน ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูก 2.2 ไร่ แต่เวียดนามใช้แค่ 1.1 ไร่ ในแง่ต้นทุนข้าว ไทยมีต้นทุน 7,309 บาทต่อตัน แต่เวียดนามมีต้นทุน 4,960 บาทต่อตัน

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักต้นทุนข้าวไทยแพง เพราะต้องลงทุนกับยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ถึง 90% ของต้นทุนรวม แต่เวียดนามเลิกใช้ยาฆ่าแมลงและมีนโยบาย 3 เพิ่ม 3 ลด คือ เพิ่มคุณภาพข้าว เพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพิ่มกำไร แต่ลดปริมาณเมล็ดพันธุ์ ลดใช้ปุ๋ยเคมี และลดใช้ยาฆ่าแมลง

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย