
ไฟเขียวประชาพิจารณ์น้ำ
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดทำประชาพิจารณ์ ปลอดประสพ ลั่น 3 เดือนถึง 1 ปี เสร็จ
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดทำประชาพิจารณ์ ปลอดประสพ ลั่น 3 เดือนถึง 1 ปี เสร็จ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ให้กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศที่มีพื้นที่ลงทุนโครงการบริหารจัดการน้ำ เริ่มทำประชาพิจารณ์ทันที เพื่อให้การลงทุนระบบน้ำเดินหน้า
“เราลงทุนโครงการน้ำ 1.2 แสนล้านบาทไปแล้ว การลงทุนโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะแยกกันไม่ได้ โครงการต้องไม่ชะงัก” แหล่งข่าวอ้างคำพูด น.ส.ยิ่งลักษณ์
นอกจากนี้ ให้นายพงศ์เทพเทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นัดประชุมหาทางออกตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ในวันที่ 8 ก.ค.นี้
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า จะลงนามสัญญาว่าจ้างเอกชนลงทุนใน 8 แผนงาน (โมดูล)ทันทีที่การจัดทำอีไอเอ อีเอชไอเอ และการรับฟังความเห็นแล้วเสร็จ ยกเว้นการสร้างอ่างเก็บน้ำโมดูล A1 ที่จะแยกเป็นสัญญาย่อยก่อน
“คาดว่าทุกโมดูลจะทำประชาพิจารณ์เสร็จใน 3 เดือน ส่วนโมดูลที่ต้องทำอีไอเอก็ทำไป แต่ไม่ควรใช้เวลาเกิน 1 ปี อีไอเอเอกชนจะทำเอง แต่ต้องว่าจ้าง57 สถาบันหรือบริษัทที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)” นายปลอดประสพ ระบุ
“ที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้เอกชนทำอีไอเอเองจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ผมเห็นว่าไม่จริง เพราะทั้งรัฐหรือเอกชน ต่างก็ต้องจ้างบริษัทที่ได้รับการรับรองจาก สผ. เป็นผู้สำรวจอยู่แล้ว ซึ่งมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง 57 บริษัท” ประธาน กบอ. กล่าว
สำหรับการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ มีเพียงการสร้างเขื่อน 4 โครงการ และรัฐอาจต้องดำเนินการ ได้แก่ เขื่อนแม่น้ำยม เขื่อนแม่น้ำยมตอนบน เขื่อนแม่แจ่ม และเขื่อนแม่วงก์







