
นโยบายข้าวไทย-อินเดียไร้ผลพอกัน
นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิด
นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิด
ล่าสุดเว็บไซต์เดอะฮินดู บิซิเนส ไลน์ ของอินเดีย เปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์ด้านการค้าธัญพืช ออกโรงเตือนรัฐบาลอินเดียว่า ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดจากนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ก่อนเดินหน้าดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาธัญพืชและข้าวต่อไป หากไม่ต้องการเผชิญชะตากรรมรับภาระขาดทุนที่ส่งผลให้ยอดขาดดุลงบประมาณประเทศพุ่งกระฉูดในลักษณะเดียวกัน
“นโยบายจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดของรัฐบาลไทย และนโยบายความมั่นคงด้านอาหารของรัฐบาลอินเดีย นับเป็นตัวอย่างของนโยบายประชานิยม ที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มประชาชนรากหญ้า ทว่าส่งผลกระทบต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นเหตุให้ยอดขาดดุลงบประมาณของประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เสถียรภาพ” รายงาน ระบุ
ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหาร (เอฟเอสบี) รัฐบาลอินเดียจะอุดหนุนราคาธัญพืชและข้าวเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% หรือราว 23 รูปีต่อกิโลกรัม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ประชาชนเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นรากหญ้าราว 67% สามารถซื้ออาหารประเภทธัญพืชซึ่งเป็นอาหารหลักได้ในราคาถูกลง
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณธัญพืชในคลังพุ่งขึ้นอีกราว 77 ล้านตัน เมื่อเทียบกับยอดผลผลิตรายปีที่ราว 190 ล้านตัน ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนข้าวในคลังสำรองมีปริมาณเกินกำหนดถึง 47 ล้านตัน กลายเป็นภาระของภาครัฐ เนื่องจากพื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอต่อปริมาณผลผลิตที่รับซื้อ ตลอดจนรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการระบายผลผลิตสู่ประชาชนได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดปัญหาโกดังเก็บธัญญาหารสำรองของรัฐมีอาหารตกค้างเน่าเสียนับแสนตันทุกปี
รายงาน ระบุว่า แนวโน้มนโยบายอุดหนุนของรัฐบาลอินเดียนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของไทย ที่ในขณะนี้สต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวน่าจะมีสูงถึง 1718 ล้านตันข้าวเปลือก โดยที่ปริมาณข้าวส่วนใหญ่เริ่มเน่าเสียแล้วเนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถขายข้าวได้ หากขายข้าวในราคาตลาดโลกที่ต่ำกว่าราคาจำนำข้าวที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ก็ทำให้รัฐบาลต้องประสบภาวะขาดทุน
“รัฐบาลไทยเข้าใจอย่างผิดๆ ว่าจะสามารถบังคับทิศทางตลาดการค้าข้าวโลก และผลักดันให้ประเทศคู่แข่งปรับราคาข้าวขึ้นมาได้ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลอินเดียเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนด้วยการขายธัญพืชในราคาถูก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ เมื่อราคาของธัญพืชจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาตลาด” รายงาน ระบุ







